ก้าวย่างที่ 6 สายใยแห่งมิตรภาพ  

เขียนโดย อรุณทอแสง

การที่ฉันได้คลอดผลงาน “ ผู้ชายธรรมดาที่..ไม่ธรรมดา ” ออกมานั้น ผลตอบรับที่ฉันได้จากผู้ชายชื่อ..เถินก็คือ คำว่ามิตรภาพ แล้วยังเป็นจุดกำเนิดของสายใยแห่งมิตรภาพอีกเส้นหนึ่งชื่อว่า “ แก๊งค์ 4 เฮง ” มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นมากมายทำให้สายใยเส้นเล็ก ๆ บาง ๆ เส้นนี้ก่อเกิดเป็นความผูกพันถักทอพวกเราเข้าไว้ด้วยกันอย่างเหนียวแน่น สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจอย่างมากสำหรับฉันถึงแม้จะมีเงินทองมากมายเพียงใดก็ไม่อาจจะหาซื้อได้

ในชีวิตเคยมีสักครั้งหนึ่งไหมที่คุณเกิดคำถามขึ้นในใจว่า

“ การที่คน ๆ หนึ่งเกิดมารู้จักกันแล้วได้รับมิตรภาพและความรู้สึกที่ดีจากใครสักคนนั้นมันเป็นเรื่องง่ายหรือเรื่องยาก ”


ฉันเคยอ่านเจอในเรื่องเล่าผ่านทางอินเตอร์เน็ตและมีคำพูดหนึ่งกล่าวไว้

“ การที่คนเราได้มาเจอกัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ความสัมพันธ์ พ่อแม่ , พี่น้อง , ญาติ , เพื่อน , ศัตรู และคนรัก ไม่ใช่ของเลื่อนลอย เมื่อมีวาสนาถึงเวลาที่เหมาะสมก็มาเจอกันโดยไม่ต้องเรียกร้อง เมื่อสิ้นวาสนาต่อกันทำให้ต้องจากกันเราจะรั้งอย่างไรก็ไม่อยู่ ”


และนั่นทำให้ฉันมีความรู้สึกว่า

“ การที่คนเราได้มาพบเจอแล้วคบหาเป็นเพื่อนกันนั้นเป็นเรื่องง่าย แต่เราจะทำอย่างไรที่จะรักษามิตรภาพความเป็นเพื่อนให้คงอยู่ยั่งยืนตลอดไปนั่นต่างหากเป็นเรื่องที่ยากกว่า หากว่าการคบหากันนั้นไม่มีความจริงใจให้แก่กันก็คงจะทำให้เราคบกันไม่รอด ”


อย่างเมื่อ 10 ปีก่อน ตอนสมัยเรียนหนังสือการคบหาใครสักคนเป็นเพื่อนสนิทกันก็ต้องเป็นเพื่อนร่วมห้องเรียน หรือติดต่อกันทางจดหมายและโทรศัพท์บ้าน พอมาถึงทุกวันนี้โลกใบน้อย ๆ ของเราก็เปลี่ยนไป เทคโนโลยีต่าง ๆ ได้พัฒนาไปอย่างล้ำสมัยเข้าสู่ยุคของการสื่อสาร อินเตอร์เน็ต , Wi-Fi , GPRS เข้ามาเป็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดกันมากขึ้นจากโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลก็กลายเป็นโลกใบจิ๋ว ทำให้การมีเพื่อนสนิทไม่จำเป็นต้องเป็นแค่เพื่อนร่วมห้องเรียนเหมือนแต่ก่อนแล้ว เราสามารถรู้จักและมีเพื่อนสนิทเพิ่มขึ้นได้จากโลกอินเตอร์เน็ต

“ แล้วคุณล่ะรู้จักเพื่อนสนิทของคุณด้วยวิธีใดบ้าง ”

โลกใบจิ๋วในยุคของการสื่อสาร มีช่องทางหลายช่องในการติดต่อและทำความรู้จักกัน วิธีที่ได้รับความนิยมฮอทฮิตติดลมบนอันดับหนึ่งเลย ได้แก่ โลกของการสื่อสารผ่านสายโทรศัพท์นั้นเอง ความสัมพันธ์นี้ใช่ว่าทุกคนจะเจอเพื่อนแท้กันได้ง่าย ๆ การพัฒนาความสัมพันธ์จากคนรู้จักคนหนึ่งค่อย ๆ กลายมาเป็นเพื่อนสนิทก็ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้ง่าย ๆ เช่นกัน ซึ่งฉันขอเรียกมิตรภาพแบบนี้ว่า มิตรภาพเสมือนจริง อย่างที่ความสัมพันธ์ของฉันกับเขาก็ก่อเกิดจากมิตรภาพเสมือนจริง เริ่มต้นจากการเขียนอีเมล์คุยกันทางฮอทเมล์ ต่อมาเป็นไฮไฟว์และทางเอ็มเอสเอ็น จนเกิดเป็นมิตรภาพของความเป็นจริง มีการเปิดเผยคุยกันในเรื่องส่วนตัวมากขึ้น แม้ว่าจะยังไม่เคยพบเจอตัวจริงกันก็ตามที

แล้วเมื่อเริ่มเกิดเป็นมิตรภาพของความเป็นจริง ความสนิทสนมก็มีเพิ่มมากขึ้นทำให้ค้นพบตัวตนบางอย่างของเขาเพิ่มขึ้นอีกด้วย


อย่างเรื่องของความไฮเปอร์ในการทำงานของเขา เขาจะมีความคิดที่ไม่หยุดนิ่ง ทำงานรวดเร็วคล่องแคล่วว่องไว บางครั้งก็ทำให้ฉันเกิดอาการมึนงงและขำ ๆ เสมอ ส่วนเรื่องของฉันกับพวกน้อง ๆ ในแก๊งค์ 4 เฮงก็เหมือนกัน เขาเคยบอกว่า

“ เรื่องน้อง ๆ นี่พี่เถินรู้สึกเหมือนหนังเรื่องชาลีแองเจิลเลยอะ เพียงแต่มีนางเอกหลายคนมาก น่าเอาไปทำหนังน้อ แบบเป็นเรื่องของสาว ๆ ต่างใจ ต่างวัย แต่รวมตัวกันได้พี่ก็จะอยู่เบื้องหลัง คอยคุยด้วย แต่ก็ยังไม่เคยมีใครเห็นตัวจริง ”

" ท่านพี่จ๋า..คิดได้ไงคะเนี๊ยะ ข้าน้อยขอคารวะ O__O "

" ความคิดของเขาเจ๋งมาก โดนใจฉันสุด ๆ เป็นนางเอก..ว๊าว OoO ส่วนจะให้ยอมรับเป็นสาวต่างวัยคงยอมไม่ได้ ต้องขอแก้ต่างว่าเป็นสาว ๆ วัยเดียวกันถึงจะถูกเรื่องอื่น ๆ รับได้หมดน๊า แต่กับเรื่องอายุไม่ขอยอมค่ะ แล้วเมื่อเอ่ยถึงเรื่องอายุทีไรน้องกลาง..เจ้าหนุงหนิงมักจะมีอาการกรี๊ดกร๊าดลมจะใส่ทุกครั้งไม่ใช่เพราะความดีใจเป็นความเสียใจมาก ๆ ที่ในช่วงแรก ๆ ของการคุยกันเขาเดาอายุเจ้าน้องกลางผิด คิดว่าอายุ 24 ปีซึ่งแก่กว่าอายุจริง 1 ปี 555 ^_* "

" ส่วนตัวเขาเองก็ไม่ค่อยจะยอมน้อยหน้าเรื่องของอายุเหมือนกัน คิดว่าเป็นวัยเดียวกับพวกฉันซะแล้ว ^O^ "

ความคิดของเขาในเรื่องนี้เจ้าหนูอ้อนก็เอาไปเพ้อฝันคิดพล็อตเรื่องต่อยอดได้อีก

“ เจ้ ๆ แก๊งค์เรามีใครเขียนนิยายได้บ้างหรือเปล่า ”


“ ไมเหรอ..หนูมีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ ” ฉันถามด้วยความงุนงงเต็มที่ +_+

“ อ๋อ ๆ หนูคิดพล็อตเรื่องจากข้อความที่พี่เถินเขียนมาได้ค่ะ เลยอยากหาคนมาเขียนพล็อตเรื่องที่หนูคิดออกมาเป็นนิยายอ่ะ ”

“ เอ่อ..หวังว่าคงไม่ใช่เจ้นะเจ้าหนูอ้อน ลำพังแค่เขียนเรื่องให้พี่เถินไม่เสร็จเลย =_= ”

“ โห..เจ้รีบปฏิเสธเลยนะ แล้วมีใครพอที่จะเขียนได้ไหม ”

“ 555…ไอ้มีก้อมีอยู่น้า เจ๊ใหญ่..พี่ดาว กะน้องกลาง อ้าวทำไมตัวหนูไม่เขียนเองอ่ะ ”

“ เจ้ หนูคิดได้แต่พล็อตเรื่องให้เขียนเองคงจะไม่ไหว ลำพังแค่เขียนเมล์คุยกันก็จะแย่อยู่แล้ว หนูเป็นคนเขียนแบบวน ๆ หาทางออกไม่ได้ คนมาอ่านงานที่หนูเขียนก็คงจะงง ๆ ไม่เข้าใจเรื่องที่หนูจะสื่อออกมาหรอกนะ ”

“ อืมมมมม..แล้วเจ้จะบอกให้แล้วกันแต่ไม่รู้นะว่าจะมีใครร่วมมือกับหนูด้วยหรือเปล่านะ ”

“ โอเชเลยเจ้ ”

เมื่อเรานำพล็อตเรื่องนี้ไปคุยกันในแก๊งค์แล้ว น้องกลางเป็นคนรับปากเจ้าหนูอ้อนว่าจะลงมือเขียนให้ โดยพล็อตเรื่องที่เจ้าหนูอ้อนคิดไว้มีเรื่องราวอยู่ว่า

พี่เถิน พระเอกและนายใหญ่ที่คอยสั่งการทางโทรศัพท์ ควบคุมปฏิบัติการต่าง ๆ ทั้งหมดผ่านคอมพิวเตอร์ อยู่เบื้องหลังไม่มีใครเคยพบเห็นตัวจริง รู้จักตัวตนของลูกน้องทุกคนแอบแวบมาดูบ่อย ๆ แต่ไม่มีใครรู้จัก

เจ๊ใหญ่ จะรับบทเป็นกุนซือใหญ่ คอยรับคำสั่งมาจากนายใหญ่อีกที คอยวางแผนงาน กำกับดูแลพวกฉันทั้งหมดทุก ๆ เรื่อง ในเรื่องจะเป็นหญิงสาวสวย ลุย ๆ มาดนิ่งมีความจริงจังในการทำงานแต่เรื่องของหัวใจมีบาดแผลเจ็บลึกมากเนื่องจากแฟนโดนตัวร้ายฆ่าตายทั้ง ๆ ที่กำลังจะแต่งงานกันทำให้เข็ดขยาดในเรื่องของความรัก ไม่มีแฟนและใช้ชีวิตอยู่คนเดียว

เจ๊รอง..รึก็คือฉันเองค๊า คอยดูแลระบบคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไฮเทคทุกชนิด แล้วประสานงานให้น้อง ๆ ในแก๊งค์ ออกปฏิบัติการลับได้อย่างราบรื่น


น้องกลาง คนสืบราชการลับ เรียบร้อยมีเสน่ห์แพรวพราว วางแผนแยบยลและใช้เสน่ห์ที่มีอยู่ในตัวให้เกิดประโยชน์ในการเข้าไปล้วงข้อมูลของคนร้าย

น้องเล็ก..เจ้าหนูอีฟ หน่วยปฏิบัติการบู๊ล้างผลาญ เวลาทำงานออกไปต่อสู้กับคนร้ายจะมีความจริงจังแต่นอกเวลาจะออกแนวแก่น ๆ ซน ๆ กล้าพูดกล้าทำ ทั้งยังกล้าได้กล้าเสียทำให้พวกพี่ ๆ ต้องคอยเป็นห่วงและตามดูแลอย่างใกล้ชิดอยู่เสมอ


เจ้าหนูอ้อน หน่วยปฏิบัติการบู๊ล้างผลาญ ค่อนข้างใจร้อนทั้งในเวลาและนอกเวลาทำงานทำให้เกิดความผิดพลาดในการต่อสู้อยู่บ่อยครั้ง แต่มีจิตใจที่มุ่งมั่นเข้มแข็งอดทนต่ออุปสรรคต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิต

เจ้าหนูเกตุ หน่วยปฏิบัติการบู๊ล้างผลาญ ออกแนวซื่อ ๆ ร่าเริง เรียบร้อยแบบโก๊ะ ๆ ชีวิตมีแต่ความรื่นรมย์ไม่เครียดทำให้เวลาทำงานในการออกไปต่อสู้กับตัวร้ายมีแต่ความสนุกสนาน

และที่ขาดไม่ได้เลย ก็คือ ตัวร้ายจะเป็นแก๊งค์กระบวนการข้ามชาติ มีลูกสมุนไม่ต่ำกว่าร้อยคน


คนอ่านหลายคนคงอยากจะรู้กันแล้วสิน้อว่าเรื่องราวมันจะเป็นอย่างไร เรื่องของเรื่องมันก็มีอยู่ว่า ฉันและน้อง ๆ ในก๊วนหนอนไหม ได้ไปแสดงความ..(ฝีปาก) กล้าอย่างไม่กลัวอันตรายถกเถียงกันในประเด็นของเรื่องว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง “ ขบวนการแก๊งค์ดาวลูกเป็ด ” ซึ่งจะมีสัญลักษณ์เป็นดาวลูกเป็ดตัวน้อยทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้ากลางร้านหนังสือแห่งหนึ่ง ส่งผลให้เจ๊ใหญ่เจ้าของร้านผู้ที่มีเบื้องหลังเป็นหัวหน้าหน่วยสืบราชการลับเห็นแววของพวกเธอเหล่านั้นจึงให้ความสนใจ ประกอบกับเป็นช่วงที่กำลังมองหาผู้กล้ามาเข้าร่วมเป็นทีมงานเลยเปิดโอกาสให้ก๊วนหนอนไหม ได้ทดลองเข้ามาเป็นนักสืบมือสมัครเล่น โดยออกมาภาคสนามสืบเรื่องอย่างจริง ๆ จังเป็นภารกิจแรกในภารกิจที่เจ๊ใหญ่ได้รับมอบหมายมา หีบเพลงเป็นสมบัติอันล้ำค่าประจำตระกูล กุ๊กกุ๊กกรู่ มีตำนานมาหลายชั่วอายุคนแล้วพวกเธอเหล่านั้นมีหน้าที่เข้าไปสืบเสาะและขัดขวางแผนการอันชั่วร้ายของแก๊งค์ดาวลูกเป็ด งานนี้ไม่อู๊ด ๆ ..หมู ๆ อย่างที่คิดสำหรับสาว ๆ บอบบางอ่อนไหวทั้ง 5 คน เมื่อสิ่งที่พวกเธอต้องเผชิญดูจะมีอันตรายเกินตัวแล้วยังจะความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับเรื่องบอสใหญ่ ผู้ทำตัวแสนลึกลับของพวกเธอซึ่งทำให้เป็นอุปสรรคชิ้นโต ความพยายามของสาว ๆ ตั้งใจจะสืบเรื่องนี้มากกว่าเรื่องของแก๊งค์ดาวลูกเป็ดซะอีก ภารกิจของพวกเธอจะทำสำเร็จหรือไม่? ต้องรอลุ้นและเอาใจช่วยกันนะคะ


นอกจากความไฮเปอร์แล้วใครจะเชื่อบ้างว่า เขาก็มีมุมโก๊ะ ๆ และความจำสั้น อยู่ด้วยเหมือนกัน ซึ่งนี้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งจะค่อนข้างคล้ายกับฉันมาก และในมุมนี้หลายคนอาจจะเถียงกับฉันก็ได้


“ ไม่จริง..เป็นไปไม่ได้หรอก เขาดูกระฉับกระเฉงในการทำงานซะขนาดนั้น จะโก๊ะ ๆ หรือขี้ลืมได้ไงกัน ”

“ ขอบอกเลยว่าจริงค่ะ ทุกวันนี้หากลองแกล้ง ๆ ถามดูว่าฉันกับเขารู้จักกันทางไหน คุณเชื่อไหมว่า เขาต้องตอบกลับมาแบบมั่นใจว่าเป็นทางไฮไฟว์ ถ้าไม่เชื่อก็ลองถามดูสิคะ ”


แล้วอีกเรื่องหนึ่งที่ฉันพบ ก็คือ หากเขามีความประทับใจ , ความพอใจอะไรก็ตามในทุก ๆ สิ่งเขาจะไม่บอกกล่าวหรือถ่ายทอดออกมาให้คนอื่นรับรู้หรอก แต่จะเก็บความรู้สึกเหล่านั้นไว้เงียบ ๆ อยู่ในใจคนเดียวแล้วจะใช้เวลาทั้งหมดเป็นเครื่องพิสูจน์ อย่างเช่น การคบเพื่อนหรือการจะให้ความเป็นมิตรกับใครสักคน เขาจะใช้เวลานานพอสมควรว่าคนเหล่านั้นที่จะก้าวเข้ามาเป็นเพื่อนกับเขา มีความจริงใจ ความสม่ำเสมอให้เขากับแค่ไหน หากพวกเขาไม่มีสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นเขาก็จะคบเพียงผิวเผินหรืออาจจะไม่สนใจคบหาหรือสุงสิงด้วย ทำให้ฉันคิดได้ว่าประโยคคำพูดนี้น่าจะเหมาะกับตัวเขาที่สุด

“ ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน ”


เรื่องนี้ฉันก็เคยเจอมากับตัวเองแล้วเหมือนกัน วันหนึ่งฉันคุยกับเขาทางไฮไฟว์ ในวันนั้นทำหลายอย่างพร้อม ๆ กันรวมทั้งการคุยกับเขาด้วย ทำให้ฉันพิมพ์ข้อความคุยกับเขาแบบมึน ๆ และอาการนี้เองทำให้ข้อความสุดท้ายเกิดการผิดพลาดขึ้น

“ ตอนนี้หนูก็มึนมั่ก ๆ ค่ะ นั่งตอบเมล์เพื่อน ตอบข้อความพี่เถิน คุยกะพี่สาวด้วย งงไปหมดแล้ว (หุหุหุ) พี่สาวเค้าบอกว่า Ad. น่ารักนะคะแต่ว่าหนูยังไม่เห็นค่ะ จริง ๆ พี่เค้าบอกมากกว่านั้นอีกค่ะว่านอกจากพี่เถิน ดูเป็นคนอบอุ่น น่ารัก ใจดี อ่อนโยน ในบางมุมบางครั้ง ตัวจริงก็ออกจะเป็นคนที่ดูดุ ๆ เงียบ ๆ ไม่ค่อยพูด ด้วยซ้ำ ...แต่ในงานพี่ต้องแสดงออกมา ว่าเป็นคนค่อนข้างสนุก พูดเก่ง ไม่รู้จริงมั้ยนะคะ (อันนี้พี่สาวหนูบอกมานะคะ) สรุปว่าก็น่ารักดีค่ะ ^^ เหอๆๆๆๆ ”


“ เอ..สงสัยว่าเขาโกรธแน่ ๆ ไม่ตอบกลับ หายไปเลย ”

“ หรือจะไม่พอใจในสิ่งที่เราพิมพ์ไปหรือเปล่าน้า ”

เขาถึงไม่ตอบกลับมา เล่นเอาฉันรู้สึกไม่ดีและไม่สบายใจมากไปหลายวัน แต่ตอนหลังเขาเพิ่งมาบอกให้ฉันฟังว่าเขาพอใจ เพียงแต่ตอนนั้นกำลังยุ่ง ๆ อยู่ก็เลยไม่ได้ตอบกลับข้อความของฉันมา ทำให้ฉันรู้สึกสบายใจขึ้นที่เขาไม่ได้โกรธฉัน


ยังมีอีกหลายอย่างที่ฉันได้เรียนรู้จากเขา แม้บางข้อความที่เราคุยกันแบบผิวเผินมองดูแล้วเป็นเรื่องสนุกขบขัน สบาย ๆ แต่หากอ่านแล้วพิจารณ์ตามไปด้วยจะรู้ว่ามีสาระมากมายที่นำเอามาปรับใช้ในชีวิตส่วนตัวได้ และยังค้นพบได้อีกว่า

ความมีน้ำใสใจจริง ก่อให้เกิดเป็นมิตรภาพได้ และหากคนเรามีจิตใจที่บริสุทธิ์ มีน้ำใสใจจริงให้แก่กัน เราก็จะสามารถมีมิตรภาพที่ดีได้เหมือนกัน

ข้อความของเรื่องในตอนนี้ทำให้ฉันนึกถึงเพลง ๆ หนึ่งเคยได้ยินครั้งแรกตอนเรียนปริญญาโทที่งานปัจฉิมนิเทศน์ต้อนรับรุ่นน้องรุ่น 2 ของพวกฉัน ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงที่เพราะมากให้ความรู้สึกและใช้แทนความหมายของคำว่า สายใยแห่งมิตรภาพได้เป็นอย่างดี


อยากจะมีคำพูดสักคำที่แทนความจริงจากใจที่มี อยากจะสื่อความหมายดี ๆ ที่พอจะทำให้เธอได้เข้าใจ คำบางคำที่ดีสักคำหนึ่ง คำบางคำที่จะซึ้งกินใจที่จะพอจะใช้แทนใจจากฉัน แต่จะมีคำพูดคำใดที่แทนความจริงจากใจให้กัน ต่อให้คำเป็นร้อยเป็นพันก็คงบรรยายไม่พอได้เหมือนใจ ความเป็นจริงที่เห็นที่เป็นอยู่คงจะดีกว่าคำพูดใด ๆ และไม่มีสิ่งไหนมากมายกว่านั้น แทนสัญญาแทนสายใยในหัวใจที่นิรันดร์ ก็คือความจริงใจที่คงมั่นที่ตัวฉันนั้นมีให้เธอ มีหัวใจและสายตาแทนสัญญาว่ารักเธอและจะมีเพียงพอมาให้เธอผู้เดียว ***

*** เพลงแทนคำนั้น ศิลปิน อัสนี-วสันต์ โชติกุล


This entry was posted on วันอังคาร, กุมภาพันธ์ 10, 2552 and is filed under . You can leave a response and follow any responses to this entry through the สมัครสมาชิก: ส่งความคิดเห็น (Atom) .

0 ความคิดเห็น