ผู้ชายธรรมดา..ที่ไม่ธรรมดา  

เขียนโดย อรุณทอแสง


เพราะการหมุนรอบตัวเองของโลกสัมพันธ์กับเวลาที่เดินไปแบบไม่หยุดไม่เหนื่อย มนุษย์ที่ยืนอยู่บนโลกจึงต้องจัดการทุกอย่างในชีวิตเพื่อให้ทันเวลาที่ไหลเรื่อยโดยมิพักหยุดรอ เราทุกคนต่างตกอยู่ในอิทธิพลของการเคลื่อนตัวของโลก ทุกคนได้รับเวลามาบริหารเท่า ๆ กัน ใน ๑ สัปดาห์ มี ๗ วัน ๑ เดือน มี ๓๐ – ๓๑ วัน ๑ ปี มี ๓๖๕ วัน แต่การบริหารของแต่ละคนไม่มีวันเหมือนกันได้ ไม่งั้นเราจะได้ยินคนหลายคนพูดว่า “ ฉันไม่มีเวลา ” ในขณะที่อีกหลายคนทำสิ่งต่าง ๆ ได้ราวกับมีเวลาสำหรับเขาชั่วชีวิตหรือ แต่ต่อให้ทำงานเหมือนเครื่องจักรอย่างไร เราก็ต้องการการพักผ่อนหลังจากที่ตรากตรำทำงานหนักมาตลอด ๕ – ๖ วันต่อสัปดาห์ ธรรมชาติของมนุษย์เมื่อเหนื่อยล้ามาก ๆ มักจะต้องหาเวลาพักผ่อนอย่างน้อย ๑ – ๒ วัน เติมพลังงานให้กับชีวิตเพื่อนำกลับมาใช้ในหน้าที่การงานต่อไป นี่เป็นสิ่งที่ทุกคนรวมถึงตัวฉันได้เรียนรู้มาอย่างนั้น

..ทว่าความคิดนั้นได้เปลี่ยนไปในวันที่ได้รู้จักกับคน ๆ หนึ่ง คนที่ดูเหมือนจะเป็นผู้ชายธรรมดา ๆ ที่เราอาจพบที่ใดที่หนึ่งวันธรรมดา หากแต่ในความธรรมดาที่เห็นอยู่นั้นเขามีความไม่ธรรมดา สำหรับคนที่ใช้เวลาไปกับหน้าที่การงานที่ต้องทำในทุกวันและยังต้องหาวันพักผ่อนอย่างฉันจึงรู้สึกประหลาดใจกึ่งชื่นชมไม่น้อย ที่ได้เห็นคนหนึ่งคนสามารถใช้เวลาในแต่ละวันนั้นคุ้มค่ามากที่สุดทั้งทำงานและการพักผ่อนควบคู่กันไป ในบทบาทหน้าที่การทำงานที่หลากหลายแตกต่างออกไปทั้งด้านนักวิชาการ สถาปนิก คณบดี อาจารย์ พิธีกร นักแสดง ความเห็นของฉันคิดว่าความธรรมดาที่ไม่ธรรมดานี้น่ะเองที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในการทำงาน ได้รู้มาว่าก่อนอื่นที่เขาจะลงมือกับการทำงานในแต่ละบทบาทนั้นเขาต้องยอมรับ มีความเชื่อมั่นในตัวเอง มีเป้าหมายและคิดถึงความสำเร็จของการทำงาน ประกอบกับมีความพยายามและความตั้งใจเกินร้อยด้วย บทบาทแต่ละบทบาทของเขานั้นเปรียบเหมือนกับการสวมหมวกหลากหลายใบ วิธีจัดการต่อหมวกแต่ละใบนั้น ก็คือ เมื่อสวมหมวกใบไหนเขาก็จะสวมบทบาทตามหมวกที่สวมให้ดีที่สุดเท่าที่ตนเองจะมั่นใจว่าทำได้ และเมื่อต้องเปลี่ยนเป็นหมวกใบอื่นหมวกใบเก่าก็ต้องถอดออกเสียก่อน สำหรับฉันนั่นเป็นทัศนคติการทำงานที่น่าเอาเป็นตัวอย่าง

ในบทบาทของนักวิชาการ การเป็นที่ปรึกษาให้กับหลายโครงการ ทำให้เขาขยันเรียนรู้ เปิดใจรับฟัง และปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้น

สำหรับบทบาทของสถาปนิก เขามีทั้งคำแนะนำ คำปรึกษาที่มาจากวิชาการที่ได้ร่ำเรียน อีกทั้งประสบการณ์ที่สั่งสมนานนับหลายปี ดูได้จากโครงการใหญ่ ๆ ที่ผ่านมือ โดยเริ่มจากการเป็นที่ปรึกษา โครงการก่อสร้างหมู่บ้านนักกีฬาสำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ ๑๓ ที่ประเทศไทย และต่อมา เป็นหัวหน้าทีมสถาปนิกออกแบบหมู่บ้านนักกีฬา สำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ ๑๕ ที่ประเทศกาตาร์ นั่นทำให้มั่นใจว่าหากมีปัญหาด้านสถาปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรืออาคารอย่างอื่นเขาจะมีคำตอบที่ตรงกับโจทย์ทุกข้อแน่นอน การอัพเดตเรื่องราวรอบ ๆ ตัวที่เกี่ยวกับงานทางด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ก็เป็นอีกเรื่องที่เขาไม่พลาดที่จะนำมาเสนอ

การสวมหมวกที่ชื่อคณบดีและอาจารย์ เขาก็สามารถบริหารคณะ สร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพ เป็นที่พึ่งพาของบุคลากรในองค์กรได้ มีความเป็นผู้นำและหัวหน้างานที่ดี ริเริ่มสร้างสรรค์ในสิ่งใหม่ ๆ เปิดโลกทัศน์รับฟังความเห็นของผู้อื่น หากลูกน้องและลูกศิษย์มีปัญหาก็พร้อมจะเผชิญปัญหาด้วยกัน ให้คำปรึกษา คำแนะนำ ช่วยเหลือ และคอยอยู่เคียงข้างเป็นกำลังใจให้

เมื่อสวมหมวกงานด้านบันเทิง (พิธีกร & นักแสดง) ทุกบทที่เขาเป็น หน้าที่พิธีกรที่เขาทำ ก็ทำได้อย่างธรรมชาติไม่เคอะเขิน ผู้ชมคล้อยตามและเชื่อในสิ่งที่เขาแสดงออกมา ไม่ว่าจะเป็นบทในหนังหรืองานพิธีกร บอกได้คำเดียวว่า “ พรสวรรค์ ”

ถ้าใครถามถึงตัวตนของผู้ชายคนนี้ ก็คงสามารถพูดได้ว่าเขา คือ นิยามของผู้ชายธรรมดาที่ไม่ธรรมดาคนหนึ่งในหลายคนที่โลกนี้เคยมี

ในมุมมองของฉันคิดว่าการทำงานของเขาไม่ว่าจะบทบาทไหนมันคือหัวใจ คือจิตวิญญาณ คือความคิดบวกกับสิ่งที่ทำ ผนวกกับความมุ่งมั่นตั้งใจ ความพยายาม มีความเชื่อมั่นในตัวเอง ความทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ มีเป้าหมายและคิดถึงความสำเร็จของการทำงาน นั่นเองที่ทำให้งานสำหรับเขา คือ ความสุขและสนุกที่จะทำ งานที่ปรากฏออกมาจึงเป็นงานที่ดีและประสบผลสำเร็จ และหากมองลึกลงไปผู้คนที่รายล้อมเขาน่าจะสัมผัสได้ถึง ความน่ารัก ขี้เล่น อบอุ่น อ่อนโยน จริงใจ มีน้ำใจ จิตใจดี คิดดีกับโลก ใจเย็น เข้าใจ , เห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีความละเอียดอ่อน ให้ความเป็นมิตรกับผู้คนรอบข้าง มีอุดมคติที่เป็นของตัวเอง นี่แหละผู้ชายธรรมดาที่ไม่ธรรมดาคนนี้ ผศ.ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ หรือ พี่เถิน , น้องเถิน , อาจารย์เถิน , ลุง & อา & น้า เถิน , คุณเถิน ที่เป็น ฮีโร่ และ ไอดอล ของใครหลาย ๆ คนบนโลกใบนี้ !!!!!

This entry was posted on วันศุกร์, ตุลาคม 31, 2551 and is filed under . You can leave a response and follow any responses to this entry through the สมัครสมาชิก: ส่งความคิดเห็น (Atom) .

7 ความคิดเห็น

ไม่ระบุชื่อ  

ชอบบทความมากเลยค่ะ อ่านแล้วมีกำลังใจ ชอบประโยค"งานสำหรับเขา คือ ความสุขและสนุกที่จะทำ" ทำให้เกิดความคิดที่เปลี่ยนไปกับการเรียน จะพยายามทำให้ได้นะคะ ขอบคุณสำหรับบทความดีๆค่ะ

ไม่ระบุชื่อ  

เขียนได้น่าประทับใจจริงๆคับ
งัยเดี๋ยวจะติดตามอ่านผลงานเรื่อยๆละกัน
เป็นกำลังใจให้คับ...

อ่านแล้วรู้สึกทึ่งกับคนคนนี้จังเลยคะ เพราะนู๋เป็นคนหนึ่งที่มักร้องขอเวลาเพิ่มจากสวรรค์เสมอ ทั้งๆที่นู๋ก็มีน่าที่และความรับผิดชอบเพียงน้อยนิด เมื่อเทียบกับคนคนนี้ นู๋ก้อยังทำได้ไม่ดี น่าชื่นชมมักมากเลยคะ
คุณทรายริมทะเลก้อท่ายทอดความเป็นตัวตนของผู้ชายคนนี้ซะนู๋เห็นภาพเลย (นู๋ไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขา) ชอบจังเลยคะ

จาก...ฟ้าเคียงตะวัน

ไม่ระบุชื่อ  

เขียนได้ ดี อ่านแล้วก็รู้สึกดีนะ ภาษาก็สวยงาม อีกหน่อยคงได้เขียนงานอื่น ๆ มาให้อ่านบ้างนะครับ

ขอบคุณนะคะ
ทุกความคิดเห็นนี้คือกำลังใจ มาก ๆ ค่ะทั้งคำชม คำติต่าง ๆ น้อมรับไว้ด้วยใจจริงค่ะ
รอติดตามงานกันต่อไปนะคะ
งานต่อไปกำลังแก้ไขคำผิดอยู่ค่ะเร็ว ๆนี้คงอัพขึ้นให้อ่านนะคะ

ไม่ระบุชื่อ  

หวัดดีคับ...อ่านบทความแล้วสนุกจัง
แต่ดูเหมือนอาจารย์เถินจะจบจากออสเตรียนะครับ

แล้วตกลงได้เรียนโท ม.ไหนน้อ...แหะๆ

ไม่ระบุชื่อ  

เล่าเรื่องได้น่าติดตามดีค่ะ จะตามอ่านตอนต่อๆไปนะคะ อ่านแล้วรู้สึกสบายๆ เหมือนนั่งฟังพี่สาวใจดีเล่าเรื่องให้ฟัง อบอุ่นดีค่ะ ตามไปอ่านของท่านอาจารย์เถินที่เล่า ตื่นเพราะพระอาทิตย์มันแยงตาเพราะผ้าม่านมันบางไปนิด อาบน้ำอีกสองนาที ยกดัมเบลอีก ห้านาที ฟังข่าวไปด้วย มิน่าทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง อาหารเช้าก็ไม่ต้องเคี้ยว ดื่มกรึ๊บๆสองแก้ว ชมต้นไม้ ลูบหัวหมาอีกสองที ก่อนออกมาทำงาน เคล็ดลับอยู่ตรงเวลาที่ท่านจัดสรรได้เก่งนี่เอง ฮ่าๆๆ คาดว่า อาจารย์เถินที่คุณทรายริมทะเล ชื่นชม น่าจะเป็นคนทำและคิดอะไรต่ออะไรได้รวดเร็ว ติดจรวดแน่ๆทีเดียวค่ะ