
ใครจะนึกว่าฉันเองจะได้มาเจอกับอะไรหลายอย่างในระยะเวลาสั้นๆ เพราะผู้ชายคนหนึ่งที่บังเอิญมาเป็น “แวมไพร์” ให้ฉันสัมภาษณ์ คุณคงเคยดูหนังเรื่อง “อินเทอร์วิว วิท เดอะ แวมไพร์” นะคะ แบรด พิท กับ ทอม ครู้ซ ไง ฉันตั้งใจจะทำแบบนั้น สัมภาษณ์เขาและเขียนวิจารณ์โดยใส่มุมมองของฉันเองเข้าไป ฉันเลือกคนที่ฉันจะสัมภาษณ์อย่างระวัง เขาต้องเป็นคนที่ดูโดดเด่น แต่ก็ลึกลับในที ยิ่งมีชีวิตดำมืดเหมือนแวมไพร์ในเรื่องยิ่งดี เพียงแต่ผู้ชายสำหรับผู้ชายคนนี้ (หรือจะเรียกว่า “แวมไพร์” ตนนี้) ฉันไม่รู้ว่าเขาเป็นอะไรกันแน่ ชีวิตของเขาคือชะตาฟ้าลิขิต หรือเขาลิขิตชีวิตตนเอง?
“ชื่ออะไรน่ะเรา”
“มินทราค่ะ”
“ชื่อเล่นสิ”
“น้องมินท์ค่ะ”
“หนูมาจากคณะนิเทศน์หรือ”
“ค่ะอาจารย์”
“ดีเลย เอานี่ไปทำ”
เขายื่นกระดาษให้ฉันแผ่นหนึ่ง เป็นประวัติส่วนตัวของเขา ที่ดูเผินๆเหมือนซีวีสมัครงานทั่วไป แต่ยาวเหยียดเสียจนชวนสงสัยว่าทำงานมาขนาดนี้คงใกล้วัยเกษียณอายุ
“อาจารย์จะให้หนูทำอะไรคะ”
“ไปเขียนสรุปมา เอาเฉพาะเรื่องหลักๆนะ ผมจะเอาไปให้นักข่าว”
“ได้ค่ะ งานนี้หนูถนัดอยู่แล้ว แต่จะเอาเมื่อไหร่คะ”
“เอากระดาษมาแผ่นหนึ่ง แล้วนั่งเขียนตรงนี้เลย”
“เอ่อ...”
ฉันไม่นึกเลยว่ามาฝึกงานวันแรกก็ได้งานด่วน ด่วนมากเสียด้วย เพราะเขาจะเอาเดี๋ยวนั้น ใจร้อนไม่เบาแฮะ ฉันมาที่สำนักงานสถาปนิกแห่งนี้ก็เพื่อมาฝึกงานเขียนบทความประเภทชีวประวัติ มันเป็นส่วนหนึ่งของงานนิพนธ์ในระดับปริญญาตรีที่ฉันเรียนอยู่ ฉันเลือกมาสัมภาษณ์สถาปนิกคนนี้เพราะเขาเป็นคนดัง จะว่าไปเขาก็ดูเหมือนแวมไพร์เพราะดีไม่ดีเขาอาจง่ำคอเราได้ ไอ้เรามันแค่เด็กนักศึกษาตัวน้อย ส่วนเขาเป็นระดับคณบดีเชียวนะ แต่การจะเขียนงานให้ได้เนื้อได้หนังมันต้องคลุกวงใน อาจารย์ฉันเลยฝากให้มาช่วยงานเขาสักพัก แต่จะนานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าฉันจะได้วัตถุดิบมากพอไปเขียนงานส่งอาจารย์หรือยัง และอาจารย์ก็แน่ใจว่าเขาคนนี้มีอะไรให้เขียนถึงมากแน่ๆ
ฉันอ่านทวนซีวีซ้ำไปซ้ำมาหลายเที่ยว จับใจความและเขียนข้อความฉบับย่อลงบนกระดาษ ด้วยสำนวนแบบนักข่าวที่ฉันถนัด ฉันเรียนมาทางนิเทศศาสตร์ สาขาสื่อสารมวลชนเชียวนะ ฉันฝันอยากจะเป็นนักข่าวสักวัน ได้สัมภาษณ์คนดัง แต่ไม่ใช่ข่าวที่มีสาระหนักๆจำพวกข่าวการเมือง ฉันชอบข่าวบันเทิงมากกว่า
“เสร็จแล้วค่ะ”
“ไหนอ่านให้ผมฟังหน่อย”
“ปฐมบทของชีวิต – ดร.นฤพนธ์ เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2508 ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคุณพ่อ แต่กลับมีชื่อเล่นว่า เถิน เพราะต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่ อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง อันเป็นบ้านเดิมของแม่ ต่อมา ย้ายภูมิลำเนามาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่…”
“เอาละ หยุด หยุด ยังใช้ไม่ได้ ไปเขียนมาใหม่ สำนวนอย่างกับกำลังประกาศข่าว ผมอยากให้มันมีสีสันกว่านี้ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน หนูมาดูผมที่คณะวันพรุ่งนี้ แล้วจะได้เห็นว่าผมทำไร แล้วค่อยเอาไปเขียน”
“หนูต้องไปที่ไหนคะ”
“ที่ตึกหก สำนักงานเลขานุการ พรุ่งนี้สิบโมงเช้านะ”
“ค่ะ”
“หนูทำนี่เสร็จก็เอาไปเขียนสาระนิพนธ์ต่อได้สบาย”
“ค่ะ”
“เอาหละไปได้”
ฉันเดินออกจากห้องเขาอย่างงงๆ เป็นอันว่าวันนี้ฉันได้ซีวีประวัติของเขามา และได้เขียนสรุปย่ออย่างไม่ได้ความ พรุ่งนี้ฉันจะไปดูอาจารย์สอนที่คณะ ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าการเป็นคณบดีคณะสถาปัตยกรรมที่มันเป็นยังไง
“ชื่ออะไรน่ะเรา”
“มินทราค่ะ”
“ชื่อเล่นสิ”
“น้องมินท์ค่ะ”
“หนูมาจากคณะนิเทศน์หรือ”
“ค่ะอาจารย์”
“ดีเลย เอานี่ไปทำ”
เขายื่นกระดาษให้ฉันแผ่นหนึ่ง เป็นประวัติส่วนตัวของเขา ที่ดูเผินๆเหมือนซีวีสมัครงานทั่วไป แต่ยาวเหยียดเสียจนชวนสงสัยว่าทำงานมาขนาดนี้คงใกล้วัยเกษียณอายุ
“อาจารย์จะให้หนูทำอะไรคะ”
“ไปเขียนสรุปมา เอาเฉพาะเรื่องหลักๆนะ ผมจะเอาไปให้นักข่าว”
“ได้ค่ะ งานนี้หนูถนัดอยู่แล้ว แต่จะเอาเมื่อไหร่คะ”
“เอากระดาษมาแผ่นหนึ่ง แล้วนั่งเขียนตรงนี้เลย”
“เอ่อ...”
ฉันไม่นึกเลยว่ามาฝึกงานวันแรกก็ได้งานด่วน ด่วนมากเสียด้วย เพราะเขาจะเอาเดี๋ยวนั้น ใจร้อนไม่เบาแฮะ ฉันมาที่สำนักงานสถาปนิกแห่งนี้ก็เพื่อมาฝึกงานเขียนบทความประเภทชีวประวัติ มันเป็นส่วนหนึ่งของงานนิพนธ์ในระดับปริญญาตรีที่ฉันเรียนอยู่ ฉันเลือกมาสัมภาษณ์สถาปนิกคนนี้เพราะเขาเป็นคนดัง จะว่าไปเขาก็ดูเหมือนแวมไพร์เพราะดีไม่ดีเขาอาจง่ำคอเราได้ ไอ้เรามันแค่เด็กนักศึกษาตัวน้อย ส่วนเขาเป็นระดับคณบดีเชียวนะ แต่การจะเขียนงานให้ได้เนื้อได้หนังมันต้องคลุกวงใน อาจารย์ฉันเลยฝากให้มาช่วยงานเขาสักพัก แต่จะนานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าฉันจะได้วัตถุดิบมากพอไปเขียนงานส่งอาจารย์หรือยัง และอาจารย์ก็แน่ใจว่าเขาคนนี้มีอะไรให้เขียนถึงมากแน่ๆ
ฉันอ่านทวนซีวีซ้ำไปซ้ำมาหลายเที่ยว จับใจความและเขียนข้อความฉบับย่อลงบนกระดาษ ด้วยสำนวนแบบนักข่าวที่ฉันถนัด ฉันเรียนมาทางนิเทศศาสตร์ สาขาสื่อสารมวลชนเชียวนะ ฉันฝันอยากจะเป็นนักข่าวสักวัน ได้สัมภาษณ์คนดัง แต่ไม่ใช่ข่าวที่มีสาระหนักๆจำพวกข่าวการเมือง ฉันชอบข่าวบันเทิงมากกว่า
“เสร็จแล้วค่ะ”
“ไหนอ่านให้ผมฟังหน่อย”
“ปฐมบทของชีวิต – ดร.นฤพนธ์ เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2508 ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของคุณพ่อ แต่กลับมีชื่อเล่นว่า เถิน เพราะต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่ อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง อันเป็นบ้านเดิมของแม่ ต่อมา ย้ายภูมิลำเนามาอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่…”
“เอาละ หยุด หยุด ยังใช้ไม่ได้ ไปเขียนมาใหม่ สำนวนอย่างกับกำลังประกาศข่าว ผมอยากให้มันมีสีสันกว่านี้ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน หนูมาดูผมที่คณะวันพรุ่งนี้ แล้วจะได้เห็นว่าผมทำไร แล้วค่อยเอาไปเขียน”
“หนูต้องไปที่ไหนคะ”
“ที่ตึกหก สำนักงานเลขานุการ พรุ่งนี้สิบโมงเช้านะ”
“ค่ะ”
“หนูทำนี่เสร็จก็เอาไปเขียนสาระนิพนธ์ต่อได้สบาย”
“ค่ะ”
“เอาหละไปได้”
ฉันเดินออกจากห้องเขาอย่างงงๆ เป็นอันว่าวันนี้ฉันได้ซีวีประวัติของเขามา และได้เขียนสรุปย่ออย่างไม่ได้ความ พรุ่งนี้ฉันจะไปดูอาจารย์สอนที่คณะ ฉันอยากรู้เหมือนกันว่าการเป็นคณบดีคณะสถาปัตยกรรมที่มันเป็นยังไง
This entry was posted
on วันอังคาร, ตุลาคม 28, 2551
and is filed under
อินเทอร์วิว วิธ เดอะ ดีน
.
You can leave a response
and follow any responses to this entry through the
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
.
0 ความคิดเห็น