“ ช้านจะเป็นยังไงบ้างหน้อ ”
“ ช้านจะไปอีกไกลไหมหน้อ ”
*** เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง บุญชู เนื้อร้องและทำนอง โดย จรัล มโนเพ็ชร (GMM Grammy)
ได้ยินทำนองเพลงนี้แล้วคุ้นหูกันบ้างไหมเอ่ย? บางคนที่เป็นแฟนภาพยนตร์เรื่องนี้อาจจะร้องอ๋อกันแล้ว แต่บางคนอาจเกิดอาการงงกันอยู่เล็กน้อย เพราะเพลงนี้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง ซึ่งในอดีตเมื่อประมาณ 20 กว่าปีก่อน ภาพยนตร์เรื่องนี้ดังมาก และหากเอ่ยชื่อเรื่องออกมาแล้วถ้าใครบอกว่าไม่รู้จักคงเชยมากเลยทีเดียว ภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัวด้วย พูดได้ว่า “ เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี ”
อ่ะลองขมวดคิ้วคิดสักสองวิ นึกออกแล้วซินะ...ใช่แล้ว !!! ภาพยนตร์บริสุทธิ์สุดขำอมตะเรื่องนั้นก็คือ บุญชู (บุญชูสระอู...ย้าวยาว) ซึ่งมันก็ย้าวยาวตามชื่อเรื่องจริง ๆ ไล่เรียงกันมาตั้งแต่ภาค 1 จนถึง ภาค 8 และภาค 9 ก็เพิ่งลาจอไปเมื่อไม่นานมานี้ (สตาร์วอร์ อินเดียน่าโจน และไดฮาร์ท ที่ว่ากันว่ามีตอนที่มากแล้วยังต้องหลบทางให้บุญชู...ย้าวยาว)
บางคนที่ไม่เคยดูเรื่องนี้มาก่อนหรืออาจเกิดและโตไม่ทันดูภาคต้น ๆ อาจจะไม่รู้จัก งั้นขอสักบรรทัดเล่าคร่าว ๆ เกี่ยวกับบุญชู ภาพยนตร์เรื่องนี้โดยเนื้อหาทั้งหมด 8 ภาคจะเกี่ยวกับความดีงามของจิตใจของผู้ชายบ้านนอก ที่เกิดและโตมากับธรรมชาติที่เรียบง่าย รักบ้านเกิดที่เต็มไปด้วยทุ่งขจีของรวงข้าวภายใต้แสงตะวันและฟ้าคราม เขาอยากเป็นเกษตรกรจึงบากบั่นเข้ากรุงเพื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเกษตร เพราะอยากกลับมาช่วยบ้านเกิดน่ะ เนื้อหาทั้งหมดของเรื่อง 8 ภาคจึงเกี่ยวกับการผจญภัยในด้านมิตรภาพที่รายล้อม น้ำใจ ความถูกต้องและอุดมการณ์ของหนุ่มบ้านนอกผู้นี้ ขอบอกว่าทุกภาคทำออกมาอย่างได้ใจมากมาย
อะแฮ่ม !!! ฉันรู้ได้ไง หรือ รู้สิก็ฉันน่ะเป็นคนหนึ่งที่ติดตามดูภาพยนตร์เรื่องนี้แบบไม่ยอมพลาด ยืดอกบอกใครได้เลยว่าฉันก็แฟนพันธุ์แท้ของบุญชูคนหนึ่งเหมือนกัน นี่ยังเสียดายอยู่เลยที่ไม่ได้ลงแข่งแฟนพันธุ์แท้ภาพยนตร์เรื่องบุญชูไม่งั้นล่ะก็ น.อ.นรินทร์ นาคมาโนช (แชมป์แฟนพันธุ์ภาพยนตร์บุญชูปี 2551)คงร้อน ๆ หนาว ๆ กับคู่แข่งคนนี้กันมั่งล่ะ

ทุกครั้งที่มีเวลาว่างก็จะนำมาเปิดวนไปตั้งแต่ภาค 1 จนถึงภาค 8 หลายรอบ สิ่งที่ฉันได้รับกลับมาทุกครั้งจากการดูภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือ เสียงหัวเราะ พร้อมกับความเครียดที่มีอยู่ทั้งหมดจางหายไป น้องสาวที่ตอนแรกมาดูด้วยก็สนุกหัวเราะงอหายดีอยู่หรอกแต่หลัง ๆ ชักหาวดังกว่าหัวเราะซะอีก สุดท้ายก็ทิ้งให้ฉันหัวเราะน้ำตาไหลคนเดียว (ที่น้ำตาไหลเพราะถูกทิ้งให้ดูคนเดียว 555) น้องสาวบอกว่าขืนดูต่ออีกรอบคงฝันว่าตัวเองได้กลับบ้านนอกพร้อมบุญชู(ต่อ)
คุณเคยไหมคะ? แบบว่าดูหนังรอบแรก ๆ ด้วยความสนใจอยากรู้ว่าตัวหนังเป็นอย่างไร แล้วจะจบแบบไหน แต่เมื่อดูหลายครั้งก็กลับพบว่าความสนใจนั้นน่ะมันแตกยอดออกไปโดยที่เราไม่ทันรู้ตัว ความที่ดูมาหลายรอบทำให้เราสังเกตสังกาอะไรได้มากขึ้น เห็นบางสิ่งที่แทบไม่ได้สนใจในตอนแรกกลับเป็นอะไรที่เราตั้งใจกับมันมากขึ้น ความรู้สึกนั้นน่ะมันเกิดกับฉันล่ะเมื่อดูบุญชูรอบหลัง ๆ ในกลุ่มก๊วนของบุญชูประกอบด้วย นรา (พี่ตุ๋ย อรุณ ภาวิไล) , ประพันธ์ (พี่เอ๋ เกรียงไกร อมาตยกุล) , ไวยากรณ์ กำไล (พี่เจี๊ยบ วัชระ ปานเอี่ยม) , หยอย (พี่กิ๊ก เกียรติ กิจเจริญ) , คำมูล (พี่หนุ่ม กฤษณ์ ศุกระมงคล) และคนที่มีบุคลิกลักษณะเฉื่อยชา เชื่องช้า พูดจาไม่ค่อยจะทันคนอื่น มาจากจั๋งหวัดเชียงใหม่..น่ะเจ้า ลองทายดูเล่น ๆ ซิว่า เขาคือใคร? ถ้าหากยังไม่รู้ ใบ้ให้อีกนิดว่า คน ๆ นี้เรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และในภาค 8 , 9 จบปริญญาโทด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์และกลับมาเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาในคณะนี้
อือมมมม...คงร้องอ๋อกันแล้วใช่มั้ย? ว่าเค้าคือใคร “ มั่นคง ชัยมงคล ” หรือที่เพื่อน ๆ เรียกกันว่า “ เฉื่อย ” ถูกต้องนะคร้าบบบบบบ !!! (ต้องขอแอบยืมมุขคุณปัญญา นิรันดร์กุลมาใช้หน่อยล่ะ) โดยในภาคแรกได้โรม อิศรามารับบท แต่ได้มีการเปลี่ยนตัว และผู้มารับบทต่อจากคุณโรมนี่เองที่ฉันสะดุดตา เมื่อได้เห็นเขาปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในภาคที่ 2 ของภาพยนตร์เรื่องนี้

คุณอาจจะมึนงงที่ฉันไม่เหมือนชาวบ้านคนอื่นที่ปกติต้องชื่นชอบตัวละครเอกคือบุญชู , โมลี หรือตัวละครตัวอื่นที่เด่นรองลงมา แต่ก็นะ !!! หากเปรียบแก๊งก๊วนบุญชูเป็นกลุ่มบอยแบนด์ แฟนคลับก็ย่อมมีความชื่นชอบในตัวสมาชิกแต่ละคนไม่เหมือนกัน อย่างที่บอกฉันสนุกกับบุญชู กับเรื่องราวของเขา และฉันก็มีตัวละครที่สนอกสนใจเป็นพิเศษน่ะ ตัวละครนี้น่ารักไม่แพ้คนอื่น มีเสน่ห์ ดูซื่อและจริงใจ ตัวละครที่มีเวลาในแต่ละภาคไม่นานนัก แต่ก็เล่าเรื่องราวของตัวเองได้ดี จากที่ดูมาหลายรอบเรื่องราวของบุญชู (ซึ่งทุกซีนได้ถูกบันทึกไว้ในสมองของฉันเรียบร้อย) ในวินาทีถัดมาก็กลายเป็นเรื่องรองเมื่อฉันโฟกัสไปที่คุณเฉื่อย ทุกซีนที่ได้มองเขาหัวเราะแหะ มองเขาทำหน้าเด๋อตามบทในภาพยนตร์แล้วคิดถึงตัวจริงของเขา ผู้ชายคนนี้น่าจะเป็นคนที่อบอุ่น อ่อนโยน น่ารัก มีบุคลิกลักษณะที่ร่าเริงสดใส สนุกสนาน ขี้เล่นเล็กน้อย ฉันเองก็แปลกใจตัวเองมากเหมือนกันว่าทำไมถึงเกิดความประทับใจ สะดุดตากับคุณเฉื่อยมากเป็นพิเศษ และเพราะความที่ดูภาพยนตร์บุญชูหลายรอบจนจดจำชื่อผู้ร่วมแสดงได้ทั้งหมด เลยรู้ว่าคนที่ได้รับบทเป็นคุณเฉื่อย มีชื่อจริงว่า “ นฤพนธ์ ไชยยศ ” 
กลางดึกของคืนวันศุกร์วันหนึ่ง คุณแม่ของฉันนั่งดูรายการโทรทัศน์แล้วเปลี่ยนช่องไปเรื่อยเปื่อยจนมาเจอรายการหนึ่ง คือ รายการแฟนพันธุ์แท้ ทางโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 5 (ช่อง 5) เทปนั้นเป็นการแข่งขันแฟนพันธุ์แท้ของภาพยนตร์เรื่อง บุญชู ซึ่งฉันชื่นชอบอยู่แล้วจึงบอกกับคุณแม่ว่าห้ามเปลี่ยนช่องเด็ดขาด แต่ตัวเองก็ไม่ได้นั่งดูอยู่ตลอดเพราะต้องนั่งทำงานด้วย จึงจำไม่ได้ว่ามีใครมาแข่งบ้าง
เงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็เห็นแวบ ๆ ว่าเป็นหน้าของ พี่ปองปากหมา ซึ่งแสดงโดย สมเกียรติ คุณานิธิพงศ์ , น.อ.นรินทร์ นาคมาโนช กำลังแข่งขันกันอยู่และกำลังวิเคราะห์คำถาม เผอิญหูฉันดีมาก...ได้ยินว่ากำลังกล่าวถึงตัวละครชื่อ “ คุณเฉื่อย ” ว่า ณ ปัจจุบันนี้เป็นด็อกเตอร์แล้ว และกำลังสอนนักศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งชื่อ ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ ฉันเกิดอาการใบ้รับประทานเลยค่ะ อึ้ง (...) พูดไม่ออกอยู่พักใหญ่ต่อด้วยคำอุทานในใจ “ โอ้แม่เจ้าโว๊ย...ไม่น่าเชื่อเลย คนอะไรนอกจากเก่งแล้วยังเสมอต้นเสมอปลาย เป็นถึงด็อกเตอร์แต่ก็ยังตกปากรับคำแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้อยู่ สงสัยยังมีความผูกพันกับตัวละครตัวนี้ไม่น้อยไม่น้อย จะว่าไปบทที่ได้น่ะมันทั้งแหวกเล้าเป็ด ปั่นจักรยาน วิ่งตะลุยโคลน และอีกสารพัด นี่หากเป็นคนอื่นคงทิ้งไปแล้ว ด็อกเตอร์นะจ๊ะ ด็อกเตอร์นะคุณ ใครเขาจะยอมมาคลุกฝุ่นแบบนี้ ”
ความประทับใจ สะดุดตานี้เลยทำให้ฉันจดจำมาเสมอว่า คุณเฉื่อย คือ ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ คนที่เป็นถึงด็อกเตอร์แต่พอใจกับบทเล็ก ๆ คนที่ทำให้บทเล็กบทนั้นไม่ไร้คุณค่า ทำให้ฉันรู้จักและเข้าใจในสิ่งที่คุณเฉื่อยเป็น แต่หากมีคนมาตั้งคำถามกับฉัน ณ ตอนนั้นว่า นี่ ๆ รู้จักคนชื่อ เถินมั้ย นายเถินคนนั้นน่ะ นายเถินคนที่ นั่น โน่น นี่ Etc. และ ฯลฯ แหมนึกออกเลยว่าสีหน้าของฉันคงจะยุ่งยากเล็กน้อยถึงปานกลางก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อย ๆ ว่า เถินคือใครหนอ...ฉันไม่รู้จัก !!!
3 ความคิดเห็น