
เพราะการหมุนรอบตัวเองของโลกสัมพันธ์กับเวลาที่เดินไปแบบไม่หยุดไม่เหนื่อย มนุษย์ที่ยืนอยู่บนโลกจึงต้องจัดการทุกอย่างในชีวิตเพื่อให้ทันเวลาที่ไหลเรื่อยโดยมิพักหยุดรอ เราทุกคนต่างตกอยู่ในอิทธิพลของการเคลื่อนตัวของโลก ทุกคนได้รับเวลามาบริหารเท่า ๆ กัน ใน ๑ สัปดาห์ มี ๗ วัน ๑ เดือน มี ๓๐ – ๓๑ วัน ๑ ปี มี ๓๖๕ วัน แต่การบริหารของแต่ละคนไม่มีวันเหมือนกันได้ ไม่งั้นเราจะได้ยินคนหลายคนพูดว่า “ ฉันไม่มีเวลา ” ในขณะที่อีกหลายคนทำสิ่งต่าง ๆ ได้ราวกับมีเวลาสำหรับเขาชั่วชีวิตหรือ แต่ต่อให้ทำงานเหมือนเครื่องจักรอย่างไร เราก็ต้องการการพักผ่อนหลังจากที่ตรากตรำทำงานหนักมาตลอด ๕ – ๖ วันต่อสัปดาห์ ธรรมชาติของมนุษย์เมื่อเหนื่อยล้ามาก ๆ มักจะต้องหาเวลาพักผ่อนอย่างน้อย ๑ – ๒ วัน เติมพลังงานให้กับชีวิตเพื่อนำกลับมาใช้ในหน้าที่การงานต่อไป นี่เป็นสิ่งที่ทุกคนรวมถึงตัวฉันได้เรียนรู้มาอย่างนั้น
..ทว่าความคิดนั้นได้เปลี่ยนไปในวันที่ได้รู้จักกับคน ๆ หนึ่ง คนที่ดูเหมือนจะเป็นผู้ชายธรรมดา ๆ ที่เราอาจพบที่ใดที่หนึ่งวันธรรมดา หากแต่ในความธรรมดาที่เห็นอยู่นั้นเขามีความไม่ธรรมดา สำหรับคนที่ใช้เวลาไปกับหน้าที่การงานที่ต้องทำในทุกวันและยังต้องหาวันพักผ่อนอย่างฉันจึงรู้สึกประหลาดใจกึ่งชื่นชมไม่น้อย ที่ได้เห็นคนหนึ่งคนสามารถใช้เวลาในแต่ละวันนั้นคุ้มค่ามากที่สุดทั้งทำงานและการพักผ่อนควบคู่กันไป ในบทบาทหน้าที่การทำงานที่หลากหลายแตกต่างออกไปทั้งด้านนักวิชาการ สถาปนิก คณบดี อาจารย์ พิธีกร นักแสดง ความเห็นของฉันคิดว่าความธรรมดาที่ไม่ธรรมดานี้น่ะเองที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในการทำงาน ได้รู้มาว่าก่อนอื่นที่เขาจะลงมือกับการทำงานในแต่ละบทบาทนั้นเขาต้องยอมรับ มีความเชื่อมั่นในตัวเอง มีเป้าหมายและคิดถึงความสำเร็จของการทำงาน ประกอบกับมีความพยายามและความตั้งใจเกินร้อยด้วย บทบาทแต่ละบทบาทของเขานั้นเปรียบเหมือนกับการสวมหมวกหลากหลายใบ วิธีจัดการต่อหมวกแต่ละใบนั้น ก็คือ เมื่อสวมหมวกใบไหนเขาก็จะสวมบทบาทตามหมวกที่สวมให้ดีที่สุดเท่าที่ตนเองจะมั่นใจว่าทำได้ และเมื่อต้องเปลี่ยนเป็นหมวกใบอื่นหมวกใบเก่าก็ต้องถอดออกเสียก่อน สำหรับฉันนั่นเป็นทัศนคติการทำงานที่น่าเอาเป็นตัวอย่าง
ในบทบาทของนักวิชาการ การเป็นที่ปรึกษาให้กับหลายโครงการ ทำให้เขาขยันเรียนรู้ เปิดใจรับฟัง และปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้น
สำหรับบทบาทของสถาปนิก เขามีทั้งคำแนะนำ คำปรึกษาที่มาจากวิชาการที่ได้ร่ำเรียน อีกทั้งประสบการณ์ที่สั่งสมนานนับหลายปี ดูได้จากโครงการใหญ่ ๆ ที่ผ่านมือ โดยเริ่มจากการเป็นที่ปรึกษา โครงการก่อสร้างหมู่บ้านนักกีฬาสำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ ๑๓ ที่ประเทศไทย และต่อมา เป็นหัวหน้าทีมสถาปนิกออกแบบหมู่บ้านนักกีฬา สำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ ๑๕ ที่ประเทศกาตาร์ นั่นทำให้มั่นใจว่าหากมีปัญหาด้านสถาปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรืออาคารอย่างอื่นเขาจะมีคำตอบที่ตรงกับโจทย์ทุกข้อแน่นอน การอัพเดตเรื่องราวรอบ ๆ ตัวที่เกี่ยวกับงานทางด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ก็เป็นอีกเรื่องที่เขาไม่พลาดที่จะนำมาเสนอ
การสวมหมวกที่ชื่อคณบดีและอาจารย์ เขาก็สามารถบริหารคณะ สร้างบัณฑิตที่มีคุณภาพ เป็นที่พึ่งพาของบุคลากรในองค์กรได้ มีความเป็นผู้นำและหัวหน้างานที่ดี ริเริ่มสร้างสรรค์ในสิ่งใหม่ ๆ เปิดโลกทัศน์รับฟังความเห็นของผู้อื่น หากลูกน้องและลูกศิษย์มีปัญหาก็พร้อมจะเผชิญปัญหาด้วยกัน ให้คำปรึกษา คำแนะนำ ช่วยเหลือ และคอยอยู่เคียงข้างเป็นกำลังใจให้
เมื่อสวมหมวกงานด้านบันเทิง (พิธีกร & นักแสดง) ทุกบทที่เขาเป็น หน้าที่พิธีกรที่เขาทำ ก็ทำได้อย่างธรรมชาติไม่เคอะเขิน ผู้ชมคล้อยตามและเชื่อในสิ่งที่เขาแสดงออกมา ไม่ว่าจะเป็นบทในหนังหรืองานพิธีกร บอกได้คำเดียวว่า “ พรสวรรค์ ”
ถ้าใครถามถึงตัวตนของผู้ชายคนนี้ ก็คงสามารถพูดได้ว่าเขา คือ นิยามของผู้ชายธรรมดาที่ไม่ธรรมดาคนหนึ่งในหลายคนที่โลกนี้เคยมี
ในมุมมองของฉันคิดว่าการทำงานของเขาไม่ว่าจะบทบาทไหนมันคือหัวใจ คือจิตวิญญาณ คือความคิดบวกกับสิ่งที่ทำ ผนวกกับความมุ่งมั่นตั้งใจ ความพยายาม มีความเชื่อมั่นในตัวเอง ความทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจ มีเป้าหมายและคิดถึงความสำเร็จของการทำงาน นั่นเองที่ทำให้งานสำหรับเขา คือ ความสุขและสนุกที่จะทำ งานที่ปรากฏออกมาจึงเป็นงานที่ดีและประสบผลสำเร็จ และหากมองลึกลงไปผู้คนที่รายล้อมเขาน่าจะสัมผัสได้ถึง ความน่ารัก ขี้เล่น อบอุ่น อ่อนโยน จริงใจ มีน้ำใจ จิตใจดี คิดดีกับโลก ใจเย็น เข้าใจ , เห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีความละเอียดอ่อน ให้ความเป็นมิตรกับผู้คนรอบข้าง มีอุดมคติที่เป็นของตัวเอง นี่แหละผู้ชายธรรมดาที่ไม่ธรรมดาคนนี้ ผศ.ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ หรือ พี่เถิน , น้องเถิน , อาจารย์เถิน , ลุง & อา & น้า เถิน , คุณเถิน ที่เป็น ฮีโร่ และ ไอดอล ของใครหลาย ๆ คนบนโลกใบนี้ !!!!!





