ก้าวย่างที่ 4 hi5..thoen  

เขียนโดย อรุณทอแสง

ย่างก้าวแต่ละก้าวที่ผ่านมาของเขาอย่างที่ผู้อ่านรู้ดีกันอยู่แล้วว่า จุดเริ่มต้นของการที่ฉันกับเขารู้จักกันเริ่มมาจากการเขียนอีเมล์คุยที่ฮอทเมล์เป็นเวลาประมาณ 2 เดือนแล้วก็ปรับเปลี่ยนมาเป็นการคุยกันผ่านทางไฮไฟว์

หลายคนคงอยากรู้สินะว่าฉันรู้จักและค้นพบ hi5..thoen ได้ยังไง...อยากรู้จริงเปล่า เล่ายาวนะแอบยืมมุขบุญชูบ้านโข้งมาใช้หน่อยอย่าเก็บค่าลิขสิทธิ์คนน่ารักแบบฉันน๊า ^_^;


“ สมัยกรุงศรีอยุธยาเมื่อประมาณ 100 ปีมาแล้ว ”
“ โอ๊ะ..โอ๊ย!! ขอโทษทีจ้าไม่ใช่ แหะ ๆ ”
“ อ้าวงั้นเริ่มใหม่เลยล่ะกันจ้า ”


ขอเล่าย้อนอดีตกลับไปเมื่อวันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม 2551 ฉันไปร่วมงานแต่งงานของอาเฮียต้นรุ่นพี่ที่สนิทม๊าก...มากคอยช่วยเหลือ ให้คำปรึกษา เป็นกำลังใจให้ตลอดเวลาที่เรียนปริญญาโท ที่ตึกช้าง ในตอนแรกฉันคิดกะว่าจะไม่ไปงานนี้แล้วเชียว แต่ปรากฏว่าอาเฮียต้นโทรศัพท์มาตามจิกฉันตลอด

“ ฮัลโหล ว่าไงอาเฮียต้น ”

“ การ์ดที่เราฝากเธอไปให้พี่แมวและเพื่อน ๆ บางคน เธอจัดการเรียบร้อยรึยัง ”

“ ของเจ๊แมวเราเอาไปให้เรียบร้อยแล้ว ส่วนของเพื่อน ๆ บางคนเด๋วเราว่าจะส่งอีเอ็มเอสให้ ”

“ ขอบใจมาก แล้วเดี๋ยวค่าอีเอ็มเอสเท่าไรมาเก็บที่เรานะ ”

“ ไม่เป็นไรจ้าเล็กน้อย ” ^^

“ เธอรู้ข่าวไหมว่ามีใครจะมางานเราบ้าง ”

“ ไม่รู้จ้า ไม่ได้ติดต่อใครเลยอ่ะ ”

“ อืมมมม...คนอื่นไม่มาเราไม่สนใจแต่เธอต้องมา ”

“ อ่ะ..ขอดูก่อนได้ไหมไม่รู้ว่าวันที่ 11 เราติดงานอะไรไหม ไม่อยากรับปากเลยเกิดไปขึ้นมาไม่ได้ จะทำยังไง ”

“ หนนี้ห้ามเบี้ยว คราวก่อนเมื่อต้นปีที่เราบวชเธอก็เบี้ยวไม่ไปมาแล้วงานหนึ่ง ครั้งนี้จะเบี้ยวอีกเหรอไม่ยอมโว๊ย ”

“ ไอ้คุณพี่ต้น คราวก่อนงานบวชที่ไม่ได้ไปเพราะมีเหตุจำเป็นนะ ก็เล่นมาบอกหลังจากฉันจองตั๋วเครื่องบินกับบ้านพักที่เชียงใหม่เรียบร้อยแล้วนี่หว่า แล้วงี้ใครจะไปได้ฟ่ะ ”

“ ไม่รู้ล่ะ วันงานฉันไม่เห็นเธอนะ หลังงานแต่งโดนอัดแน่ ”

“ เออ ๆ ก็ได้ ” T_T


พอขึ้นลิฟต์ไปถึงที่งาน อาเฮียต้นก็ได้จัดเตรียมโต๊ะไว้ให้พวกฉันเรียบร้อย มีพี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ ก๊วนปริญญาโทมาร่วมงานกันประมาณ 7 – 8 คน แต่ละคนมีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ ความที่หลังจากจบแล้วต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำงานจึงหาเวลาเจอกันได้ยาก เมื่อพอมาเจอหน้ากันอีกครั้งหนึ่งจึงเหมือนนกกระจอกแตกรัง ทานอาหารไป คุยกันไปแล้วก็ถ่ายรูปด้วยกัน อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

สิ่งที่ฉันดีใจมากที่สุดในวันนั้นก็คือ การได้เจอเจ้าหนูกิ๊ฟน้องสาวที่น่ารักคนหนึ่งอยู่ในก๊วนเดียวกัน ทำงานร่วมกันตลอดเวลาที่เรียนปริญญาโท ตอนที่เจอกันครั้งสุดท้ายก็คือ หลังเลิกงานเลี้ยงมหาบัณฑิตที่ทางมหาวิทยาลัยจัดเลี้ยงให้ และนับตั้งแต่ตอนนั้นฉันก็ไม่ได้เจอกับเจ้าหนูกิ๊ฟอีกเลยเป็นเวลานานมากเกือบปีกว่า เนื่องจากเจ้าหนูกิ๊ฟต้องกลับไปอยู่ที่บ้านเกิด เพราะสอบบรรจุเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎอุตรดิตถ์ได้ เจ้าหนูกิ๊ฟก็เลยทำเซอร์ไพรส์พวกพี่ ๆ โดยการลางานมาร่วมงานแต่งอาเฮียต้นโดยไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้า และในขณะที่ฉันกำลังคุยกับพี่ ๆ คนอื่นอยู่ เจ้าหนูกิ๊ฟก็พูดขึ้นมาเสียงดังจนฉันสะดุ้งและหันกลับมาฟัง


“ เจ๊ ๆ หนูมีไฮไฟว์แล้วนะ นักศึกษาที่หนูสอนอยู่บอกให้ทำ ตอนแรกนักศึกษาถามว่าอาจารย์ไม่มีไฮไฟว์เหรอ อาจารย์ทำไฮไฟว์ดิจะได้คุยกัน หนูกลัวตกเทรนด์และนักศึกษาจะว่าเชยเลยต้องเข้าไปสมัครและลองหัดเล่นดู ”

ส่วนตัวฉันเองพอจะได้ยินมาบ้างคร่าว ๆ ว่าไฮไฟว์คืออะไร แต่ไม่ได้มีความคิดที่จะสนใจอย่างเป็นจริงเป็นจัง เพราะแค่อีเมล์ทั้งฮอทเมล์และยะฮูก็ขี้เกียจเช็คจะแย่อยู่แล้วเลยนั่งทำหน้างง ๆ ขมวดคิ้วนิดหน่อยแล้วหันไปมองเจ้าแอ๋วเพื่อนสนิทอีกคนหนึ่ง พร้อมทำสายตาประมาณว่าอธิบายมาให้ฉันฟังหน่อยสิว่า


“ ไฮไฟว์มีลูกเล่นและวิธีใช้ยังไงบ้าง ”

เจ้าหนูกิ๊ฟกับเจ้าแอ๋วเป็นทั้งน้องสาวและเพื่อนที่แสนดีมากจึงผลัดกันอธิบายถึง ลูกเล่น วิธีการใช้ รวมไปถึงการตกแต่งไฮไฟว์ให้ฟัง พร้อมกับพูดและทำสายตาแกมบังคับว่า

“ เจ๊..ต้องทำไฮไฟว์นะ แล้วรูปที่ถ่ายกันวันนี้ทั้งหมด เจ๊ช่วยอัพโหลดขึ้นไฮไฟว์ด้วยนะแล้วเดี๋ยวหนูกะพี่แอ๋วจะเข้าไปก็อบรูป คราวนี้หนูกะพี่แอ๋วจะไม่รับรูปจากเจ๊ทางอีเมล์แล้วนะมันเสียเวลาสุด ๆ ”

" อ้าวเฮ้ย!! งานเข้าล่ะสิ เวรกรรมจริง ๆ ทำไม๊..ทำไมคนรอบ ๆ ข้างฉัน ต้องชอบบังคับกันแบบนี้ด้วยน้า TT^TT "

หลังจากนั้นวันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม 2551 ฉันก็ต้องเข้ามาสมัครไฮไฟว์ที่เว็บไฮไฟว์แล้วพิมพ์อีเมล์ฮอทเมล์เข้าไป ปรากฏว่าหน้าจอขึ้นฟ้องมาว่า

“ อีเมล์นี้มีคนใช้แล้ว ให้ลองคลิกดูตรงช่องลืมรหัสผ่าน ระบบจะส่งรหัสผ่านเข้าที่อีเมล์ให้โปรดรอสักพัก ”

ระหว่างรอนั้นก็นั่งนึกไปด้วยว่า “ เอ๋..ฉันไปสมัครไฮไฟว์ตั้งแต่เมื่อไหร่หว่า ”
นึกไปนึกมาก็ร้องอ๋อ
“ เมื่อประมาณปลายเดือนมีนาคม ฉันแวะเอาการ์ดงานแต่งงานของอาเฮียต้นไปให้เจ๊แมวรุ่นพี่อีกคนหนึ่งที่นับถือเหมือนพี่สาวอายุราว ๆ 43 ปีที่ทำงาน แล้วก็นั่งคุยพร้อมกับนั่งเล่นคอมพิวเตอร์ที่โต๊ะทำงานของเจ๊แมว ”
เจ๊แมวก็บอกว่า “ หนู..เจ๊แมวมีไฮไฟว์แล้วนะหนูสมัครดิจะได้คุยกัน ”
เมื่อเจ๊แมวพูดจบ ฉันก็เลยนั่งสมัครตามที่เจ๊แมวบอก แล้วไม่ได้สนใจอะไรอีกจนลืมสนิทว่าเคยสมัครไฮไฟว์ไว้


วันนั้นหากเจ้าหนูกิ๊ฟและเจ้าแอ๋วไม่บอกให้ฉันอัพโหลดรูปขึ้นไฮไฟว์ ก็คงจะยังนึกไม่ออกจนกระทั่ง ณ ทุกวันนี้ หลังจากได้รหัสผ่านเข้าไฮไฟว์ทางอีเมล์แล้ว ก็คลิกเข้ามาที่หน้าไฮไฟว์
“ เอ๊ะ ๆ มีคนมาคอมเม้นท์ด้วย เอ..แล้วเป็นใครกันล่ะ ”
“ กรุณา แต่ง hi5 ด่วน โล้น ซ๊าๆๆๆๆๆ ”

นั่งงงอยู่พักหนึ่งก็ร้องอ๋อ..คิดว่าใคร ที่แท้เจ้าลูกพี่ลูกน้องตัวดีของฉันนั่นเอง และจากคำคอมเม้นท์ทำให้ต้องรีบลงมือตกแต่งและดูลูกเล่นต่าง ๆ ของไฮไฟว์ทั้งหมด คลิกไปคลิกมาเจอหลาย ๆ คนมาขอเพิ่มเป็นเพื่อน แล้วชื่อของเขาพี่เถิน..ผศ.ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ ก็ผ่านแวบเข้ามาในความคิดว่า
“ เอ๋...พี่เถินน่าจะมีไฮไฟว์นะ ”

เมื่อคิดได้เช่นนั้นฉันจึงรีบเข้ามาหาพี่กูเกิ้ลจ๋าสุดหล่อ...ของฉัน ก่อน เดี๋ยวอาการความจำสั้นเหมือนปลาทองจะกำเริบขึ้นมาอีก
“ พี่กูเกิ้ล..พี่กูเกิ้ลสุดหล่อจ๋า วันนี้นู๋มีคำถามมาถามแหล่ะ ”

“ แล้วนู๋จะถามพี่กูเกิ้ลจ๋าสุดหล่อว่าอะไรเหรอคับ ”

“ นู๋มีคำถามว่า พี่กูเกิ้ลจ๋าสุดหล่อ รู้มั้ยเอ่ย ใครคือผู้หญิงสวยและน่ารักที่สุด ณ เวลานี้ ”

“ รู้สิคับ..ไม่รู้จะใช่พี่กูเกิ้ลจ๋าสุดหล่อของนู๋เหรอคับ ”

“ อ๋อจ้า..แล้วเป็นผู้ใดล่ะคะ ”

“ นู๋รู้จักสาว ๆ แก๊งค์ 4 เฮง นำทีมโดย เจ๊ใหญ่พี่ดาว สาวใหญ่วัยเกือบสี่สิบมีความทันสมัยอินเทรนด์สุด ๆ แอบซ่อนความเปิ่นมักจะตามมุขน้องๆ ไม่ทันเสมอ สวยห้าวดุแต่จริงใจ , เจ๊รอง พี่สาวแสนใจดี แอบหวานแบบลุย ๆ ห้าว ๆ ซ่อนความโก๊ะซุ่มซ่ามไว้อย่างแนบเนียนด้วยกิริยาท่าทางเรียบร้อย , น้องกลางเจ้าหนุงหนิง สาวหวานเรียบร้อยน่ารักคล้ายนางในวรรณคดี พูดน้อย จิตใจดี , น้องเล็กเจ้าอีฟ สาวน้อยจอมแก่น คุยเก่งสดใสร่าเริง มีความเซี้ยวเปรี้ยวซ่าส์ครบรส , เจ้าหนูอ้อน สาวน้อยน่ารักแต่ใจร้อนเป็นบางครั้ง และเจ้าหนูเกตุ สาวน้อยร่างอวบแต่มีความจริงใจเต็มร้อย มั้ยล่ะคับ ”

“ รู้จักสิคะ..รู้จักดีทีเดียวล่ะ ขอบอก ”

“ นั่นล่ะ สาว ๆ ที่พี่กูเกิ้ลจ๋าสุดหล่อเอ่ยมาทั้งหมดเขาเป็นผู้หญิงสวยและน่ารักที่สุด ณ เวลานี้เลย ”

“ หุหุ เขิน ๆ มาก ” -_-; แต่แอบภูมิใจเล็ก ๆ 555

“ พี่กูเกิ้ลจ๋าสุดหล่อเก่งจังเลย ถ้าอย่างนั้นพี่จะรู้ไหมคะว่า คำถามต่อไปนู๋อยากจะถามว่าอะไรเอ่ย ”

“ แหะ ๆ พี่กูเกิ้ลจ๋าสุดหล่อขอยกธงขาวยอมแพ้คับผม ”

“ ลองทายดูหน่อยสิคะ น้า..นะคะน๊า ”

“ อ่ะ..พี่กูเกิ้ลจ๋าสุดหล่อทายก็ได้คับผม คำถามต่อไปนู๋คงอยากจะถามเกี่ยวกับเรื่องราวของพี่เถิน ผศ.ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ แน่ ๆ เลยคับ ”

“ โอ้โห..พี่กูเกิ้ลจ๋าสุดหล่อ นู๋ขอยกนิ้วโป้งให้พี่สองนิ้วเลยค๊า เยี่ยมมาก ๆ ”

“ แล้วนู๋จะถามอะไรพี่กูเกิ้ลจ๋าสุดหล่อล่ะคับ ”

“ นู๋อยากถามว่าพี่เถินเขามีไฮไฟว์มั้ยคะ ”

“ รอสักครู่น๊าขอเวลาพี่กูเกิ้ลจ๋าสุดหล่อค้นข้อมูลแป๊บนึงนะจ๊ะ น้องสาวที่รัก ”

“ ได้เลยค่า ”

“ พี่เถินมีไฮไฟว์คับผม “ บอกนู๋หน่อยน๊าว่าเว็บลิงค์อะไร..บอกน๊า พี่กูเกิ้ลจ๋าสุดหล่อ ”

“ ได้คับผมเตรียมจดน๊า : hi5..thoen , http://naruponc.hi5.com จ้า ”

“ จดเรียบร้อยแล้วค่ะ ขอบคุณนะคะ..งั้นนู๋ไปก่อนน้า พี่กูเกิ้ลจ๋าสุดหล่อ จุ๊บ ๆ บ๊ายบายค๊า ”


เมื่อได้รับคำยืนยันจากพี่กูเกิ้ลจ๋าสุดหล่อว่าเขามีไฮไฟว์แน่นอน ฉันก็คลิกเว็บลิงค์เข้าไปดูไฮไฟว์ของเขา แล้วขอเพิ่มเป็นเพื่อนบังเอิญสายตาเหลือบไปเห็นรูปที่เขาเอาขึ้นโชว์เป็นรูปประจำโพร์ไฟล์
“ มองแล้วเป็นรูปที่ดูสบาย ๆ มีความสุข แม้สายตาจะไม่ได้มองมาที่กล้องแต่องค์ประกอบต่าง ๆ ของรูปก็สวยมากดูกลมกลืนเข้ากับบรรยากาศ ”

แล้วก็คลิกดูไฮไฟว์ของเขาไปเรื่อย ๆ ความคิดอันบรรเจิดของฉันก็แวบผ่านขึ้นมาอีกหลังจากที่ดูรูปจนหมด
“ เขาดูเหมือนจะเป็นคนขี้เหง๊า..ขี้เหงาคนหนึ่งเลยนะเนี่ยะ มีมุมหรือโลกส่วนตัวค่อนข้างสูงจนบางครั้งคนรอบข้างอาจจะไม่สามารถเข้าถึงจิตใจของเขาได้ แต่ก็ มีเสน่ห์อยู่ในตัวเองทำให้คนอยากรู้จักเข้ามาพูดคุยด้วย เพราะเพื่อนในไฮไฟว์เยอะมาก มีข้อความและคำคอมเม้นท์ไม่เคยขาด อีกทั้งค่อนข้างจะรักอิสระและชอบอยู่บ้านมาก ”

“ อิอิ..รู้ได้ไงอ่ะเหรอ ก็ฉันใช้วิธีสังเกตุทุกครั้งที่ออนไลน์ไฮไฟว์จะเจอเขาออนไลน์ตลอดเวลายังไงล่ะ ”

ฉันได้แต่นึกไปเรื่อย ๆ และรอให้เขาเพิ่มเป็นเพื่อน
“ แต่เอ...เขาจะรับฉันเป็นเพื่อนหรือเปล่าหนอ ”

จนอีก 2 วันถัดมา ฉันก็มีเวลาได้แวะเวียนเข้ามาที่ไฮไฟว์ของตัวเองอีกครั้ง
“ ว๊าว ๆ เขารับเป็นเพื่อนแล้ว โฮ๊ะ ๆ ” O_O

หลังจากที่เขาเพิ่มฉันเป็นเพื่อนแล้ว เราก็เริ่มต้นคุยกันครั้งแรกที่ไฮไฟว์ด้วยการทักทายผ่านบล็อกความคิดเห็นว่า
“ สวัสดีตอนเช้าค่ะพี่เถิน หนู...เองค่ะ ”
“ หวัดดีคับ วันหยุดทำไรคับ ”
“ นั่งเคลียร์บ้านและเคลียร์งานค่ะ แล้ววันหยุดแบบนี้พี่เถินต้องไปงานที่ไหนหรือเปล่าเอ่ย ”
“ ร้อนเจงเลยวันนี้ กะว่าจาไปเมืองโบราณ กับพวกเด็กๆอะคับ”

ระหว่างที่ฉันกำลังพิมพ์ข้อความอยู่นั้น สมองของฉันที่ทำงานอยู่ตลอดเวลาก็คิดขึ้นมาอีกว่า
“ เขาจะจำฉันได้ไหมน้าว่าเราเคยเขียนอีเมล์คุยกันที่ฮอทเมล์ แต่เดาได้เลยว่าในระยะแรก ๆ ที่เขียนข้อความคุยกันเขาจำฉันไม่ได้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์...ฟันธง!! อาจารย์ลักษณ์ขาขอแอบยืมมุขอาจารย์มาใช้หน่อยน๊า ^_^; ”


จากนั้นฉันก็เขียนข้อความคุยกับเขาผ่านบล็อกความคิดเห็นเรื่อยมาแต่แอบนึกไปด้วยตลอดว่าไม่ค่อยมีความเป็นส่วนตัว จนกระทั่งปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมาก็เลยเริ่มลองส่งเป็นข้อความเมล์ทางไฮไฟว์ดู
“ พี่เถินสบายดีนะคะ พักนี้งานยุ่งไหมเอ่ย หากเหนื่อยก็พักวะแป๊บนึง ทานน้ำเย็น ๆ ซะหน่อยนะ
คะ จะได้หายเหนื่อยมีแรงสู้กะงานต่อไป จ้า อิอิ....หากมีเวลาว่างอย่าลืมแวะเวียนไปเช็คอีเมล์บ้างน้า หนูส่งอีเมล์หาค่ะ ^^ ”

แล้วเขาก็ตอบมาสั้น ๆ ตามสไตล์ว่า
“ ก็ยุ่งตามปรกติของพี่แหละ แต่ก็ชินซะแล้ว แล้วเป้นงัยบ้าง งานยุ่งอะป่าว ไปแหละคับ ”

และก็จะมีการแอบแซวเล็ก ๆ น้อย ๆ เกือบทุกครั้งที่ฉันดูรายการที่เขาเป็นพิธีกรจบ การเขียนข้อความเมล์คุยหลาย ๆ ครั้งทำให้ฉันกับเขาเริ่มจะสนิทกันขึ้นมาอีกนิดนึง อาการระมัดระวังตัวในการพูดคุยของเขาเริ่มจะลดน้อยลง แล้วอาการเกร็งต่าง ๆ ของฉันก็ผ่อนคลายลง สามารถเข้าถึงตัวตนของเขาในอีกแง่มุมหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากที่ฉันพบเห็นเขาในจอโทรทัศน์ก็คือ ดูเหมือนเขาจะเป็นคนขี้อายมากหากว่ามีใครมากล่าวเอ่ยชมหรือพูดถึงเขา แต่ภาพที่ฉันเห็นเขาในจอเขาดูเป็นคนที่มั่นใจในตัวเองคนหนึ่งเลยทีเดียว ข้อมูลนี้ได้จากการที่ฉันใช้วิธีสังเกตุข้อความที่เราคุยกันและข้อความจากเพื่อน ๆ ในบล็อกไฮไฟว์ของเขา

แล้วอาจจะมีบางคนเกิดคำถามขึ้นมาในใจแบบงง ๆ ว่า
“ ทำไมเขาต้องมานั่งเล่นไฮไฟว์ทั้ง ๆ ที่ตัวเขาเป็นคณบดี ”

ในเมืองไทยคงมีน้อยคนหรืออาจจะไม่มีเลยสักคนที่เป็นคณบดีแล้วมานั่งเล่นไฮไฟว์ พูดคุยกับเด็กรุ่นลูกรุ่นหลานอย่างพวกฉัน และอาจจะมีความรู้สึกข้องใจ , สงสัย , แปลกใจหรืออาจจะคิดว่ามันเสียเวลาไร้สาระเอาเวลาต่าง ๆ เหล่านั้นไปทำงานอย่างอื่นที่เกิดประโยชน์ได้มากกว่าด้วยซ้ำ

สำหรับฉันไม่มีความรู้สึกเหล่านั้นเลยและมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งมาโดยตลอดว่า
“ การที่คนเราจะลงมือทำอะไรสักอย่าง คน ๆ นั้นต้องคิดทบทวน ตัดสินใจ และมีเหตุผลรอบคอบมากพอ ก่อนที่จะลงมือทำสิ่งเหล่านั้น และเขาคนนี้ก็เช่นกัน ”

การที่เขาเปิดไฮไฟว์ขึ้นมานอกจากใช้เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดจากการทำงานในแต่ละวัน โดยการพูดคุยกับเพื่อน ๆ แล้ว เขายังใช้ไฮไฟว์เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานเพื่อเป็นการศึกษาเรียนรู้ สังเกตุ พฤติกรรมต่าง ๆ ของเด็กสถาปัตย์หลาย ๆ คน และนำประโยชน์ที่ได้จากตรงนี้ไปปรับปรุงเปลี่ยนแปลงพัฒนาคณะให้มีความก้าวล้ำนำสมัย รวมถึงนำไปประกอบในการตัดสินใจปรับใช้หลักสูตรการเรียนการสอนต่าง ๆทั้งด้านเนื้อหาวิชาการเรียนเพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับนักศึกษา และยังเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเขาได้ตลอดเวลาอีกด้วย

หากฉันเป็นลูกศิษย์ของเขาคงจะดีใจและภูมิใจมากที่เขาเป็นอาจารย์ที่มีแต่ความรัก ความห่วงใย ใส่ใจลูกศิษย์ตลอดเวลา แม้กลับมาถึงบ้านซึ่งเป็นเวลาพักผ่อนก็ยังมีความคิดถึงลูกศิษย์ในมุมมองต่าง ๆ ทั้งยังคอยหาโอกาสและเพิ่มเติมสิ่งต่าง ๆ ใหม่ ๆ ให้ลูกศิษย์เสมอ

จวบจน ณ เวลานี้แล้วฉันรู้จักความเป็นตัวตนของผู้ชายชื่อ..เถินมากยิ่งขึ้น เริ่มมีความสนิทสนมกล้าที่จะพูดคุยและเล่นด้วยมากขึ้นกว่าเดิมซึ่งแต่ก่อนมีความกล้า ๆ กลัว ๆ ในการพูดคุยด้วย

This entry was posted on วันอังคาร, มกราคม 20, 2552 and is filed under . You can leave a response and follow any responses to this entry through the สมัครสมาชิก: ส่งความคิดเห็น (Atom) .

1 ความคิดเห็น

ไม่ระบุชื่อ  

เล่นบ่อยๆๆเดี่ยวก็เก่งเอง