คุณ ๆ ขา..ขา คุณเคยเกิดอาการแบบนี้ขึ้นกับตัวคุณในเวลาเดียวกันรึเปล่า ดีใจ , ตื่นเต้น , เครียด , มึนงง แล้วก้ออีกสารพัดอาการ ฉันเป็นคนหนึ่งที่เคยมีอาการเหล่านั้นเกิดขึ้นมาแล้ว ในความเป็นจริงหากว่าคนที่คุณชื่นชมเขาอยู่มองเขาเป็นไอดอล ดูห่างไกลเกินกว่าที่จะทำความรู้จักได้ แต่อยู่มาวันหนึ่งคุณได้คุยกับเขา เท่านั้นยังไม่พอเหมือนสวรรค์เล่นตลก เมื่อเขายื่นงานมาให้คุณทำหนึ่งชิ้นโดยงานชิ้นนั้นเป็นงานเขียนซึ่งคุณไม่ถนัดและไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้มาให้คุณลองเขียน โดยให้เขียนเรื่องราวของเขาในมุมมองของตัวคุณเอง คุณจะทำยังไงและจะเป็นเหมือนฉันรึเปล่า แล้วเหตุการณ์ก็มันมีอยู่ว่า
ช่วงบ่ายวันเสาร์กลางเดือนตุลาคม 2551 ฉันมีนัดกับปะป๊าและน้องสาวเพื่อไปตะลุยช็อปปิ้งหนังสือในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ แล้วก็นัดกับพี่ ๆ น้อง ๆ นักเขียนของเว็บแจ่มใส และเจ้าหนูเกตุ เพื่อมาเจอกันและเอาของให้ปรากฏว่าเมื่อไปถึงที่งานก็เจอพี่ ๆ น้อง ๆ นักเขียนบางคน ส่วนเจ้าหนูเกตุกลับหนีฉันกลับบ้านก่อนซะนี่ได้แต่ฝากของเอาไว้กับพี่อีกคนหนึ่งโดยที่ไม่ยอมรอเจอตัวกันก่อน มันน่างอนดีไหมเนี่ย?
ในวันนั้นฉันใช้เวลาเดินดูและซื้อหนังสืออยู่ในงานประมาณ 3 – 4 ชั่วโมงจนหมดแรงและกลับมาถึงบ้านประมาณสองทุ่มกว่า หลังจากทำกิจวัตรประจำวันเสร็จเรียบร้อยก็เกือบจะสามทุ่มครึ่ง เลยมานั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์เพื่อทำงานและต่อเข้าอินเตอร์เน็ตเพื่อเช็ค – ตอบ อีเมล์และเข้าไฮไฟว์ ระหว่างนั้นมือของฉันเผลอไปกดโดนตัวออนไลน์ของเอ็มเอสเอ็นเข้า ตอนแรกฉันกะว่าจะกดปิดด้วยซ้ำ เผอิญหน้าต่างเอ็มเอสเอ็นเด้งขึ้นมาเสียก่อน ฉันก็สงสัยว่า “ เอ..วันนี้เป็นไรน้าเข้าได้ไม่ถึง 2 นาทีด้วยซ้ำแถมไม่มีอาการเกเรอีกต่างหาก ” >.,<
หากใครที่เป็นสมาชิกอีเมล์ฮอทเมล์คงจะต้องรู้จักโปรแกรมเอ็มเอสเอ็นกันเป็นอย่างดี สำหรับฉันเอ็มเอสเอ็นเป็นตัวกำเนิดของจุดเริ่มต้นอะไรหลายอย่างทั้งคำว่า มิตรภาพ , ความสนิทสนม ตามปกติแล้วเจ้าเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้านมักจะมีปัญหามากในการออนไลน์เอ็มเอสเอ็นเข้ายากและบางทีพอเข้าได้ก็มักจะเกเรอยู่บ่อย ๆ แต่ครั้งนี้คงเป็นเพราะคำว่าโอกาสล่ะมั้งเลยทำให้เข้าได้ง่าย
เมื่อเข้าได้แล้วก็นั่งกดคลิกเมาส์ดูว่ามีใครออนไลน์อยู่บ้าง ความที่ไม่ได้ออนไลน์เอ็มเอสเอ็นมานานหลายเดือนทำให้เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ เข้ามาทักทายกันเยอะมาก เผอิญว่าสายตาฉันเหลือบไปเห็นคำว่า Dr.Narupon มีสัญลักษณ์เป็นตัวสีเขียวออนไลน์อยู่ด้วย ก็นึกในใจว่า “ เอ..วันนี้เกิดไรขึ้นน้อปกติไม่ค่อยจะเห็นเขาออนไลน์เอ็มเอสเอ็นเท่าไรเลย ตั้งแต่ได้อีเมล์มาไม่เคยเห็นออนไลน์ซะที หากว่าทักทายแล้วเขาจะคุยและจำฉันได้ไหมน๊า ”
ถึงตัวจะห่างไกล แต่หัวใจเราเชื่อมถึงกันเสมอ says:
หวัดดีค่าพี่เถิน
ถึงตัวจะห่างไกลฯ says:
บายดีนะคะ
Dr.Narupon says:
ใครคับ
ถึงตัวจะห่างไกลฯ says:
นู๋..เองค่า
Dr.Narupon says:
วันหยุดไม่ไปไหนเหรอ
ถึงตัวจะห่างไกลฯ says:
เพิ่งกลับมาจากงานสัปดาห์หนังสือค่า
Dr.Narupon says:
พรุ่งนี้พี่ก้อจะไปเหมือนกัน ไปให้สัมภาษณ์
ถึงตัวจะห่างไกลฯ says:
หว้า...เสียดายจังอดเจอเลย
ถึงตัวจะห่างไกลฯ says:
จริง ๆ ตอนแรกกะว่าจะไปพรุ่งนี้เหมือนกันแต่ว่าพี่ ๆ น้อง ๆ ทั้งนักเขียน , แฟนคลับเค้ามาและนัดเจอกันวันนี้ทั้งหมดเลยต้องไป เพราะนู๋ต้องเอาของไปให้เค้าด้วย แต่ปรากฏว่าไปถึงไม่เจอใครเลย น้องที่เป็นแฟนคลับด้วยกันฝากของไว้กับพี่นักเขียนแล้วตัวเค้าก้อหนีกลับไปก่อนไม่ยอมอยู่เจอเรา
Dr.Narupon says:
พี่ไปแป๊บเดียวเอง ให้สัมภาษณ์แล้วก้อกลับ
ถึงตัวจะห่างไกลฯ says:
อืมม...ค่า แล้วหนังสือชื่อว่าไรคะ
Dr.Narupon says:
ผู้ชายหลายบทบาท
ถึงตัวจะห่างไกลฯ says:
หนังสือออกเมื่อไหร่บอกด้วยนะคะ จะไปตามหามาอ่านค่า
Dr.Narupon says:
ยังไม่เสร็จ เพิ่งเขียนไปได้นิดเดียวเอง
Dr.Narupon says:
อายจัง เวลาพูดถึงเรื่องของตัวเอง
ถึงตัวจะห่างไกลฯ says:
อายทำไมคะ..นู๋เคยอ่านบทสัมภาษณ์ของพี่ รู้สึกดีมากค่ะพี่เป็นแบบอย่างที่ดีในการทำงานให้กับคนอีกหลาย ๆ คนนะคะ
ถึงตัวจะห่างไกลฯ says:
ว่าจะถามหลายทีแล้วค่ะ แต่ก็ลืม พี่เถินหายป่วยแล้วรึยังคะ
Dr.Narupon says:
เข้ายังชั่วขึ้นมากแล้วคับ
ถึงตัวจะห่างไกลฯ says:
พี่เข้ายังชั่ว แต่นู๋ป่วยแทนพี่ ไปทำฟันอุดฟันมาสองซี่ ทานไรไม่ได้ แถมเจ็บคอเป็นหวัดต่ออีก เป็นอาทิตย์แล้วยังไม่หายซะที
Dr.Narupon says:
พักผ่อนมาก ๆ
ถึงตัวจะห่างไกลฯ says:
ขอบคุณค่า
ระหว่างที่เราคุยกันฉันต้องรวบรวมสมาธิเป็นอย่างมาก เนื่องจากเจ้าอุ้มเพื่อนสนิทในกลุ่มก๊วนเพื่อนรักของฉัน กำลังป่วนและง่วนอยู่กับเรื่องการจัดทริปไปเที่ยวในช่วงปลายปี เจ้าอุ้มกำลังบ่น ๆ ถึงการจัดทริปแต่ละครั้งของเพื่อน ๆ ว่าจังหวัดที่จัดไปเที่ยวกันเขาเคยไปมาเกือบจะหมดแล้วทั้งนั้น พร้อมกับจะให้ฉันนั่งจดรายชื่อจังหวัดที่เขายังไม่เคยไปเพื่อนำไปจัดทริป ฉันเลยตอบกลับไปว่า
“ คุณนาย..ดิช้านไม่ว่างมานั่งจดให้หรอกนะ ” และกลับมานั่งคุยกับเขาต่อ ^O^
Dr.Narupon says:
พี่ว่านู๋น่าจะเป็นนักเขียนได้นะ
ถึงตัวจะห่างไกลฯ says:
เขียนไม่ได้หรอกค่ะ วิจารณ์ วางพล็อตให้คนอื่นได้ ตัวเองเขียนไม่ได้หรอก
Dr.Narupon says:
พี่ว่านู๋เขียนได้
ถึงตัวจะห่างไกลฯ says:
เขียนไม่ได้หรอกยังไงก้อเขียนไม่ได้
Dr.Narupon says:
เขียนได้ ที่นู๋เขียนอีเมล์คุยกะพี่ พี่ว่านู๋เขียนดีออก
ถึงตัวจะห่างไกลฯ says:
แหะ ๆ ยังไงก้อเขียนไม่ได้หรอกค่ะ
Dr.Narupon says:
ลองเขียนเป็นเรื่องสั้นหรือบทความ
Dr.Narupon says:
แล้วอัพลงบล็อกดิ
ถึงตัวจะห่างไกลฯ says:
จริง ๆ แล้วเคยเขียนเรื่องสั้นเหมือนกัน แล้วโพสต์ลงในเว็บหนึ่งแต่เว็บนั้นปิดไปแล้ว ครั้งนั้นที่เขียนเพราะติดสัญญาไว้กับบก.
Dr.Narupon says:
เขียนเรื่องของพี่ดิ
" โอ๊ะ...งง ๆ มีอะไรหรือเปล่าหว่า ทำไมเขาถึงอยากให้เราเขียนเรื่องของเขาน๊า =O= " ด้วยความไม่แน่ใจคิดว่าเขาพูดเล่นฉันจึงต้องเอ่ยถามและขออนุญาต
ถึงตัวจะห่างไกลฯ says:
พี่เถินแน่ใจแล้วเหรอคะ
ถึงตัวจะห่างไกลฯ says:
งั้นนู๋ขออนุญาตพี่เถินเขียนนะคะ พี่เถินจะอนุญาตนู๋มั้ยคะ
Dr.Narupon says:
อนุญาต
Dr.Narupon says:
เขียนถึงพี่ในมุมมองของตัวนู๋เอง
ถึงตัวจะห่างไกลฯ says:
ค่ะ..เด๋วนู๋จะลองเขียนดูเสร็จแล้วจะส่งให้อ่านทางอีเมล์นะคะ
Dr.Narupon says:
พี่ขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะ
Dr.Narupon says:
แล้ววันหลังค่อยคุยกันใหม่
ถึงตัวจะห่างไกลฯ says:
ค่ะ ^^
ในความรู้สึกของฉันภูมิใจมากที่ได้รับเกียรติและโอกาสเขียนถึงเรื่องของเขา แต่ทำไม๊..ทำไมเขาถึงจับจุดอ่อนของฉันถูกได้น๊ามาแนวเดียวกับเจ้าหนูน้ำฝนเลย แล้วสติฉันก็แตกจนได้
“ กรี๊ด!! เอาล่ะสิงานนี้ โอ๊ยตาย ๆ แน่ ๆ เลย ด้วยความมึน ๆ เอ๋อ ๆ จากการทานยาเข้าไปทำให้ตกลงรับปากกับเขาว่าจะเขียนงานออกมาให้ ลำพัง ณ ช่วงเวลานั้นงานก็วุ่น ๆ พอสมควรจนหัวหมุนเป็นลูกข่าง ทีนี้ฉันจะทำไงต่อไปดีจะเขียนยังไงล่ะเนี๊ยะ!! ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับตัวเขาก็ไม่มี แถมไม่เคยเจอตัวจริงด้วย มีแต่เขียนอีเมล์คุยกันทั้งทางไฮไฟว์และฮอทเมล์แล้วก็ติดตามผลงานของเขาทางจอโทรทัศน์ งานนี้จะเอาอะไรมาเขียนล่ะ ”
“ อืมมม..อยากรู้จังว่าทำไมเขาถึงอนุญาตและไว้ใจให้ฉันเขียนเรื่องราวของเขาได้น้อโดยไม่กลัวสักนิดเลยว่าฉันอาจจะเขียนออกมาแล้วทำให้ภาพพจน์ของเขาเสียหายได้ แล้วการที่คนเราจะให้ใครสักคนหนึ่งมาเขียนถึงเรื่องราวชีวิตของตัวเองได้ คน ๆ นั้นต้องเป็นคนที่มีความสนิทสนมกันมากพอสมควร ท่านพี่เถินขา...พี่จุดประกายความคิดได้อย่างรวดเร็วมาก พี่ลืมไปรึป่าวเอ่ยว่าหนูไม่ใช่ลูกศิษย์ที่พี่สอนอยู่น๊า โจทย์ของพี่ที่ให้หนูมาทั้งยากทั้งหินเลยอ่า ” TT__TT::::
คำพระท่านสอนว่า “ สติมาปัญญาเกิด ”
ใช้ได้ผลจริง ๆ หลังจากนั่งคิดทบทวนสักพักจึงนึกได้ว่าฉันเคยให้พี่กูเกิ้ลจ๋าสุดหล่อค้นประวัติผลงานของเขานี่นา ได้การล่ะกลับไปหาพี่กูเกิ้ลสุดหล่อจ๋าอีกครั้งดีกว่าเผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง
“ พี่กูเกิ้ลสุดหล่อจ๋า ช่วยนู๋ด้วยน๊าก่อนที่นู๋จะสติแตกไปมากกว่านี้ ”
“ ใจเย็นก่อนคับผม มีอะไรให้พี่กูเกิ้ลจ๋าสุดหล่อช่วยเหรอ ”
“ พี่กูเกิ้ลจ๋าสุดหล่อจำ พี่เถิน ผศ.ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ ได้ไหมเอ่ย ที่คราวก่อนนู๋เคยให้พี่กูเกิ้ลค้นหาประวัติเขาอะค่ะ ”
“ จำได้ ๆ ทำไมพี่กูเกิ้ลจ๋าสุดหล่อจะจำไม่ได้ ก็ในเมื่อพี่เป็นคนค้นหาประวัติของเขาให้นู๋เองนี่ ”
“ งั้นวันนี้พี่ช่วยนู๋หน่อยนะคะ นู๋อยากได้ประวัติของเขาใหม่ทั้งหมดเลย พอดีเจ้าตัวเขาให้นู๋เขียนเรื่องราวของเขาในมุมมองของนู๋เอง จำได้ว่าครั้งก่อนนู๋เคยอ่านผ่าน ๆ ตาเกี่ยวกับบทสัมภาษณ์ของเขา ในเรื่อง ผู้ชายหลายบทบาท , วิกิพีเดีย และบทสัมภาษณ์ของสารรังสิตค่ะ ”
“ โอเช..รอเดี๋ยวน๊าน้องสาวสุดสวย ”
“ ขอบคุณค่า..พี่ชายสุดหล่อ ”
“ อ่ะ..ได้แล้ว ข้อมูลที่นู๋อยากได้ทั้งหมดเอาไปเลย คร้าบบบบบบบผม ”
“ ค่า..ขอบคุณอีกครั้งนะคะว่าแล้วพี่กูเกิ้ลจ๋าสุดหล่อต้องช่วยนู๋ได้ งั้นนู๋ไปก่อนล่ะน๊า บ๊ายบายค่า ”
“ ไม่เป็นไรจ้า ขอบคุณที่ใช้บริการพี่กูเกิ้ลจ๋าสุดหล่อคับผม ”
หลังจากที่ฉันได้ข้อมูลของเขาจากพี่กูเกิ้ลจ๋าสุดหล่อก็ก็อบปี้ข้อมูลทั้งหมดในไฟล์เวิลด์(Word) แล้วเซฟไว้ แต่ความคิดของฉันยังวนเวียนและเกิดคำถามในใจขึ้นมาตลอดว่า
“ ทำไมเขาถึงคิดว่า ฉันสามารถเขียนงานชิ้นนี้ได้และอะไรทำให้เขาเอ่ยปากอนุญาตให้เขียนถึงเรื่องราวของเขา ” จนต้องพบกับอาการนอนแทบจะไม่หลับไป 1 คืนเต็ม ๆ
ในใจก็คิดต่อว่า ขืนเป็นอย่างงี้ต่อไปอีกหลายวันสุขภาพต้องแย่แน่เลยทำให้ฉันต้องลงมือเขียนพล็อตไว้คร่าว ๆ ว่าจะเขียนแนวไหน ด้วยความที่เป็นมือใหม่หัดเขียนมากและงานเขียนหนังสือเป็นงานอย่างสุดท้ายจริง ๆ ในชีวิตที่ฉันคิดจะลงมือทำ ทำให้รุ่งเช้าฉันต้องกดโทรศัพท์หาตัวช่วยทันที คนแรก คือ เจ๊ปุ้ยฌามิวอาห์ ตามมาด้วยพี่นีBookmark , น้องเล็กเจ้าหนูอีฟ , น้องกลางเจ้าหนูหนิง และคนสุดท้าย เจ๊ใหญ่พี่ดาว ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้รวมตัวกันเป็นแก๊งค์ 4 เฮงไปแล้ว เพื่อให้ฉันขอคำปรึกษาและไอเดียต่าง ๆ ในการเขียน ในตอนนั้นเจ๊ปุ้ยและพี่นี ไม่รู้ว่าฉันต้องเขียนงานให้กับใคร ทุกคนได้ให้คำปรึกษาและไอเดียต่าง ๆ ในการเขียนที่เป็นประโยชน์มากมาย จากการปรึกษาแล้วได้คำแนะนำตลอดจนไอเดียต่าง ๆ มาทำให้ฉันรู้สึกโล่งใจไปอีกเปราะหนึ่งได้ จึงเบรกความคิดของตัวเองไว้ก่อนว่าจะยังไม่ลงมือเขียนงานชิ้นแรกออกมาอย่างจริง ๆ จัง ๆ แต่ทว่าความรู้สึกฉันทนไม่ไหวแล้วหากไม่ลงมือเขียนซะทีคงทำงานต่อไม่ได้แน่ทำให้ต้องรีบนั่งเคลียร์งานให้เสร็จ ประกอบติดนิสัยมาจากตอนเรียนปริญญาโทไม่ชอบให้งานคั่งค้าง
ดวงดาวเต็มท้องฟ้าบ่งบอกเวลาว่าเป็นกลางดึกของคืนวันอังคารในปลายเดือนตุลาคม ฉันเอาข้อมูลทั้งหมดของเขาที่มีอยู่ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่ได้จากพี่กูเกิ้ลจ๋าสุดหล่อ บทสัมภาษณ์ผู้ชายหลายบทบาท , วิกิพีเดีย , บทสัมภาษณ์ของสารรังสิต ข้อความที่เคยเขียนอีเมล์และไฮไฟว์คุยกัน แล้วรวบรวมสมาธิทั้งหมดอ่านและลงมือเขียนเรื่องราว อิงเนื้อหาหลักจากที่ได้วางพล็อตไว้ว่าจะเขียนแนวไหน จึงเกิดเป็นบทความ “ ผู้ชายธรรมดาที่..ไม่ธรรมดา ” ออกมา
ฉันนั่งเกลาประโยคและตรวจดูคำผิด อีกประมาณหนึ่งคืน แล้ววันหยุดนักขัตฤกษ์ปลายเดือนตุลาคม เมื่อแก้ไขเสร็จระหว่างนั้นก็นั่งติดตามดูผลงานของเขารายการดีไอวายแอทโฮมด้วย พร้อมทั้งนั่งส่งอีเมล์และบทความถึงเขาทันทีและเข้าไปบอกในเมล์ที่ไฮไฟว์
ส่วนบรรดาสมาชิกพี่ ๆ น้อง ๆ ในแก๊งค์ 4 เฮงรวมทั้งฉันด้วย เมื่อรู้เรื่องต่างก็พากันตื่นเต้นใจสั่นมือไม้เย็นเฉียบ ลุ้นระทึกและเอาใจช่วยไปตาม ๆ กัน
“ วันนี้ล่ะเป็นวันชี้ชะตาตัดสิน คือ ไม่ออกหัวดีสุด ๆ ก็ออกก้อยไม่ดีสุด ๆ ล่ะหว้า เป็นไงเป็นกันอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ”
“ หวัดดีค่ะพี่เถิน หากพี่เถินมีเวลาว่าง ลองเช็คเมล์ดูนะคะ นู๋ส่งงานเขียนที่ได้เคยคุยกะพี่ไว้ให้อ่านแล้วค่า นู๋..ค่ะ ”
“ โอวขอบคุนมากมายเลย เราพูดเรื่องตัวเองแล้วเขินอะ ทำไปด้ายน้อ555555555 ”
“ อ่า..ฉันไม่อยากจะบอกเลยว่ากว่าจะเขียนงานชิ้นนั้นออกมาได้โดนดูดพลังไปเยอะมาก
เหมือนกัน ”
ท้ายที่สุดได้รับคำชมพร้อมกับงานมาอีกหนึ่งชิ้น ทำเอาฉันโล่งอกและมีอาการอึ้งกิมกี๋ไปอีกรอบนึงเหมือนกัน
“ กรี๊ด ๆ ..มีงานเข้ามาอีกแล้วเหรอเรา หนนี้ฉันถึงกับต้องนั่งปาดเหงื่ออีกรอบเลย ”
“ อ้าว...ก็ครั้งแรกว่าทั้งยากทั้งหินสุดยอดแล้วชิ้นที่สองยิ่งกว่าอีก ” T_T;:
แต่คราวนี้เพื่อความมั่นใจในการเขียนทำให้ฉันถามเขาไปว่างานชิ้นที่สองนี้เขามีกำหนดระยะเวลาไหมเพราะว่าต้องขอเวลาเคลียร์งานต่าง ๆ ให้เสร็จก่อน เขาตอบกลับฉัน
“เอาเวลาว่าง ๆ ละกันนะคับ ถือเป็นงานอดิเรกคับ ไม่ต้องไปกำหนดเวลา ”
ทำให้ฉันสบายใจขึ้นสามารถทำงานได้อย่างไม่ต้องกังวล เหล่าบรรดาสมาชิกของฉันที่พากันลุ้นอยู่ก็โล่งใจไปตาม ๆ กัน แต่ความรู้สึกของแต่ละคนก็คงจะคิดเหมือนกับฉันว่า
“ งานใหญ่เข้าแล้วล่ะสิ ” ^_^;
จากการเขียนงานทำให้ฉันเริ่มเข้าใจถึงตัวตนของผู้ชายชื่อ..เถินเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ บางครั้งเขาก็ทำให้ฉันเอ๋อ ๆ ได้ในการตามไอเดียของเขาไม่ทัน ซึ่งเขามีไอเดียเยอะมาก สามารถจับเรื่องนั้นมาเรียงร้อยเป็นเรื่องนั้นเรื่องนี้ได้อยู่ตลอดเวลา และจนถึงทุกวันนี้บางครั้งฉันยังนั่งถามกับตัวเองอยู่เสมอว่า
“ เอ..อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาเห็นประกายความเป็นนักเขียนในตัวฉัน แล้วทำไมเขาถึงอยากให้ฉันเป็นคนเขียนเรื่องราวของเขา ? ”




