เช้าวันนี้หลังจากที่ฉัน(อรุณทอแสง) ส่งเมล์ก้าวย่างที่ 2.3 ให้กับพี่เถินอ่านเพื่อตรวจดูรายละเอียดของข้อมูลเผื่อมีเนื้อหาสาระบางเรื่องตกหล่นไปก่อนที่จะนำมาอัพขึ้นบล็อก แล้วก็ออกไปทำบุญกับครอบครัวและกลับถึงบ้านในช่วงบ่าย ฉันเลยลองต่อเน็ตเช็คเมล์ดูอีกรอบว่าพี่เถินตอบเมล์กลับมารึยัง ปรากฏว่าเข้ามาที่ฮอทเมล์มีเมล์ใหม่เข้ามาเห็นชื่อของพี่เถินก็กดคลิกไปเพื่ออ่านเมล์ทันที ระหว่างที่รอใจก็นึกด้วยว่า "ครั้งนี้พี่เถินจะมีคำคอมเม้นท์กลับมาว่ายังไงบ้างน๊า" และข้อความเมล์จากพี่เถินในครั้งนี้ทำให้ฉันเซอร์ไพรส์มากและถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่ 2552 ชิ้นแรกที่มีค่ามากมาย(ยืมใช้คำนี้หน่อยนะคะ) นั่งอ่านตั้งแต่ตัวอักษรแรกจนถึงตัวอักษรสุดท้ายมีทั้งอาการอมยิ้มจนแก้มบุ๋ม หัวเราะขำ ๆ ฮา ๆ และน้ำตาซึมด้วยความรู้สึกตื้นตัน จนไม่สามารถบรรยายความรู้สึกต่าง ๆ ออกมาได้อีก นอกจากขอพูดคำว่า " ขอบคุณสำหรับสิ่งดี ๆ ทุก ๆ สิ่งนะคะ พี่เถิน^^ "
ก้าวย่างพิเศษ <1> เรื่องของอรุณทอแสง (ทรายริมทะเล)
เขียนโดย " พี่เถิน < ผศ.ดร.นฤพนธ์ ไชยยศ > "
วันนี้เป็นวันที่พี่เถินลุกจากเตียงเกือบ 10 โมง ตื่นนานแล้วแต่พยายามข่มตาให้หลับต่อให้ได้ อาการเมาค้างจากงานเลี้ยงปีใหม่ 2008 เมื่อคืนทำให้มึนหัว ในที่สุดทนไม่ไหวก็ต้องลุกขึ้นมาจนได้ อย่างแรกเปิดคอมพิวเตอร์เข้าไปเช็คคอมเม้นท์ของเพื่อน ๆ ใน hi5 วันนี้พิเศษหน่อย ตรงที่ใกล้วันปีใหม่ การ์ดอวยพรจึงเต็มหน้า hi5 ไปหมด พอเปิดไปที่ข้อความก็เห็นข้อความของอรุณทอแสงที่สะดุดตา คือ รูปเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ นอนหนุนตักน้าอยู่ ภาพของอรุณทอแสงที่ใส่เสื้อสีชมพู ขับกับผิวที่ขาวตัดกับสีของห้องด้านหลังที่ดูทึม ๆ ทำให้น้าหลานดูโดดเด่น จากรอยยิ้มของคนทั้งสองทำให้รู้ว่าเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมาก ๆ ช่วงหนึ่งของชีวิต
พอเปิดเข้าไปก็มีข้อความว่า
" พี่เถินค๊าหนูส่งเมล์ ก้าวย่างที่ 2.3 ให้ค๊า
อาการเมาค้างหายไปเลย < อรุณทอแสงขอแทรกนิดนึงค๊า : โหอะไรจะขนาดนั้นค๊าพี่เถินขา ^_* > ก็ตั้งหน้าตั้งตารออ่านบทนี้อยู่เหมือนกันว่าอรุณทอแสงจะเขียนถึงเราว่ายังไงบ้าง อ่านไปก็คิดทบทวนไปว่าเราเป็นยังงั้นจริง ๆ หรือเปล่า แต่ที่แปลกใจมากมาย คือ บทสนทนาที่เราเขียนเป็นข้อความสั้น ๆ ทีละเล็กทีละน้อย แต่อรุณทอแสงสามารถนำมาปะติดปะต่อเรียบเรียงจนเป็นบทความที่รวมเอาเรื่องราวการเป็นอาจารย์ของพี่เถินได้อย่างครบถ้วน
หลังจากอ่านเสร็จ ก็วิ่งลงไปข้างล่างหากาแฟกินก่อนที่จะมาตอบอรุณทอแสง ทุกทีเวลาพี่เถินลงมาห้องครัวจะพยายามทำตัวให้เงียบที่สุด เพราะไม่อยากไปรบกวนแม่บ้าน อีกอย่าง คุณแหม่มเธอเคยจ้องรอเพื่อจะพูดด้วย ทั้งเรื่องข่าวสารบ้านบ้านเมือง สัพเพเหระ แทบไม่ต้องเปิดทีวีดูข่าวเลย เธอสรุปได้อย่างครอบคลุมเนื้อหา
เราก็อยากอยู่เงียบ ๆ โดยเฉพาะช่วงที่พึ่งตื่นไม่อยากคุยกับใครเลย แต่คงเงียบไม่พอมั้ง คุณแหม่มก็โผล่หน้ามาสวัสดี พร้อมกับแจ้งว่า
" ปั้มน้ำเสียให้ช่างมาซ่อมแล้วแต่หาสาเหตุไม่เจอ "
" แหม่มว่าคุณเถินต้องโทรไปบอกประกันให้มาดูให้หน่อย พึ่งซื้อมาไม่นานเอง "
อาการเมาค้างกลับมาทันใดพร้อมกับเกาหัว เลยบอกคุณแหม่มไปว่า " ให้ช่างเค้าโทรถามได้อะป่าว ก็เค้าเป็นคนไปซื้อนี่นา " อย่างน้อยก็เหตุผลมาประกอบให้รอดตัวจะได้ไม่ต้องโทรไปศูนย์ แต่แล้วก็ได้คำตอบว่า
" ประกันเค้าดูกันที่หมายเลขเครื่องค่ะ ไม่ได้ดูว่าใครซื้อใครก็โทรไปได้ "
อ้าวเฮ้ย!! โดนย้อนแต่เช้าเลยไม่น่าลงมาชงกาแฟเลยเรา ว่าแล้วก็เปรยว่า "ยังเพลียอยู่เลยขอไปพักผ่อนก่อนนะ" แล้วพี่เถินก็ออกจากห้องครัวไป ไม่วายมีประโยคเติมท้าย
"วันนี้คงต้องงดอาบน้ำกันแน่เลย ก็ดีหนาว ๆ ยังงี้คงไม่ค่อยมีเหงื่อเท่าไร"
น่านเอาเข้าไป ว่าแล้วเราก็ยอมไม่ต่อความยาว แล้วเดินจากไปพร้อมกาแฟถ้วยใหญ่ เพราะมีภารกิจที่ต้องมาตอบอรุณทอแสง อ่านได้สักพัก เห็นคำผิดอยู่คำเดียวและตัดบางคำออกบ้างที่คิดว่าไม่จำเป็น ที่เหลืออ่านแล้วก็คิดว่าเป็นตัวตนของเราจริง ๆ แต่ที่เอะใจ คือ แนวการเขียนของอรุณทอแสง มีบางอย่างที่ทำให้เราขมวดคิ้ว แล้วย้อนไปอ่านตั้งแต่บรรทัดแรกอีกที สิ่งที่รับรู้ไม่ใช่เนื้อหาที่เขียนแต่เป็นแนวการเขียนที่แปลกออกไปจากครั้งก่อน ๆ มีความเข้มข้นของสาระแล้วเก็บได้ทุกรายละเอียด
ในมุมของพี่เถินยอมรับว่าอรุณทอแสงมีหลายคาแรกเตอร์ ทั้งเข้มแข็ง มั่นคง และ อ่อนไหวในเวลาเดียวกัน เลยย้อนกลับไปอ่านเรื่องราวตอนที่อรุณทอแสงไปเที่ยววังน้ำเขียวกับ ก๊วนเพื่อนรักและได้พบเรื่องราวบางอย่างที่เป็นตัวตนของอรุณทอแสงมากขึ้น
ความโรแมนติก
ยอมเดินเกือบกิโลขึ้นเขาที่ลาดชันเพื่อไปสัมผัสกับเซี้ยววินาทีของพระอาทิตย์ลับฟ้าบนยอดเขา พอไปถึงยังเจอกับคนเป็นร้อยที่มารอคอยดูพระอาทิตย์ แต่สามารถดึงเอาบรรยากาศรอบข้างมาสร้างอารมณ์สุนทรีย์ได้อีก ไม่แค่เท่านั้นในทริปเดียวกันนี้ยังย้อนกลับไปชมอีกรอบ ก็ยอมรับกันจริง ๆ ว่าใจถึงมาก ถ้าเป็นคนอื่นคงไม่ขับรถคลุกฝุ่นกลับไปอีกรอบแน่เลย
ความอ่อนหวานและอ่อนไหวในเวลาเดียวกัน
นอกจากจะสังเกตได้จากรอยยิ้มและการแต่งตัวด้วยสีหวาน ๆ แล้ว การใช้คำในการเขียนจะมีแต่คำที่ไพเราะ มองโลกเป็นสีชมพู สามารถมองสิ่งรอบข้างในมุมที่สวยงาม แต่ในเวลาเดียวกันมีมุมอ่อนไหวมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะจากคนรอบข้างรับรู้ปฎิกิริยาจากคนรอบข้างได้ไวมาก ด้วยความที่เป็นคนแคร์คนและใส่ใจในทุกรายละเอียดทำให้อรุณทอแสงอ่อนไหวได้ง่ายกับสิ่งที่เกิดรอบตัว
มั่นใจแต่ไหวหวั่น
หลายสถานการณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึง ความมั่นใจที่จะก้าวเดินแต่ละย่างก้าวเดินอย่างระมัดระวัง จากประสบการณ์ชีวิตที่สะสมมาทั้งสมหวังและผิดหวัง เรียนรู้จากสิ่งรอบข้างเก็บเล็กผสมน้อย จากความไม่มั่นใจจนถึงความมั่นใจเต็มร้อย ทำให้การทำงาน ความรัก < อรุณทอแสง : ตอนนี้ชีวิตมีความสุขกับการเป็นสาวโสด แต่อารมณ์บางช่วงเวลาก็มีความรู้สึกแอบเหงาเล็ก ๆ หันไปมองเพื่อนรอบข้างเขาก็มีคนรู้ใจกันหมด เราหันไปหันมาหาใครไม่ได้ เลยไปจับคู่กับเจ้ามิ้นท์หลานสาวแทน จนโดนแซวว่าเป็นคุณแม่บุญธรรมให้เจ้ามิ้นท์เสียแล้ว > เพื่อน ชีวิตส่วนตัว และครอบครัว เป็นไปอย่างราบรื่น และเป็นที่พึงพอใจของคนรอบข้าง แต่ทุกครั้งก็หวั่นไหวไปกับการตัดสินใจของตัวเองว่าสิ่งที่ทำอยู่ดีพอสำหรับทุกคนหรือยัง
มองโลกในแง่ดี
ไม่ว่าการเดินทางจะยากลำบากขนาดไหน แม้ว่าในยามที่เพื่อนตื่นสายยังมองว่าเป็นเรื่องขำได้ แต่บทสนทนากับเพื่อน ๆ ยังคงความสุขที่ได้เดินทางร่วมกัน ยากนะในชีวิตคนเราที่ต้องเจออุปสรรคชีวิตมากมาย แต่การที่จะหยิบเอาเรื่องราวต่าง ๆ รอบตัวในมุมดี ๆ ออกมา "ถ้าเราลืมบางอย่างที่แย่ ๆ ไปบ้าง ให้อภัยกับสิ่งที่คนอื่นทำให้เราบ้าง บางทีเราก็สามารถเห็นโลกในมุมดี ๆ ได้เหมือนกัน ที่สำคัญ เราก็สามารถทำให้ตัวเราเองรู้สึกดีกับตัวเราด้วย"
ยังไงก็ต้องขอสวยไว้ก่อน
ทุกรูปที่อรุณทอแสงโพสต์ท่า ต้องมีรอยยิ้ม แก้มบุ๋ม (ลักยิ้ม 2 ข้างตรงมุมปาก) เป็นเหมือนเอกลักษณ์ของอรุณทอแสง ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร จะคลุกฝุ่น ท้องเสีย ไม่สบาย พึ่งตื่นนอน แต่บทบาทที่อยู่หน้ากล้องอรุณทอแสงไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง ภาพที่ฉีกยิ้ม แก้มบุ๋ม โพสต์ท่าราวกับว่าเป็นนางแบบอาชีพ ความเป็นมืออาชีพปรากฏชัดเจนมากขึ้นถ้าเห็นกล้อง ไม่ว่าจะเป็นภาพเดี่ยวหรือหมู่ตำแหน่งของอรุณทอแสงต้องดูโดดเด่นไม่เป็นรองใคร
ความหมายแฝง
ภาพใน hi5 จำนวน 74 ภาพ ณ วันที่ 27 ธ.ค. 51 จำนวน 3 อัลบั้ม แฝงแง่คิดว่า นอกจากอัลบั้มภาพเดี่ยวที่มี 13 รูป ที่เหลือเป็นภาพหลานสาว(น้องมิ้นท์) เพื่อน ๆ และครอบครัว ทุกครั้งที่พูดถึงการไปเที่ยว จะได้ยินเรื่องราวของคนรอบข้างเสมอ ทั้งในกิจกรรมที่สะท้อนความรัก ความอบอุ่น ความสนุกสนาน มันได้สื่อออกมาว่า สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตของอรุณทอแสง คือ ความรัก ความห่วงหา และอาทร แทบจะรู้สึกได้ว่า คนเหล่านั้นคือความหมายที่แฝงเข้ามาเป็นเนื้อเดียวกับชีวิตของอรุณทอแสง
พลังที่ซ่อนเร้น
มิติของความเป็นคนเรียบง่าย เข้ากับคนได้ดี กันเอง แต่แฝงพลังบางอย่างที่มองผิวเผินแล้วจะเป็นเหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่ถ้าได้รู้จักมากขึ้นเรื่อย ๆ ก็จะค้นพบ บางสิ่งบางอย่างที่ทำให้ ได้รับรู้ว่าอรุณทอแสงต้องมีพลังบางอย่างในตัวที่มีความมุ่งมั่น แล้วจะแสดงออกมาในการทำงาน เป็นพลังที่ขับเคลื่อนให้หลายสิ่งหลายอย่างเป็นไปอย่างที่ควรจะเป็น โดยที่ตัวเองอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีพลังนี้ซ่อนเร้นอยู่ในตัว แต่จะถูกนำมาใช้เฉพาะในยามที่ตัวเองมุ่งมั่นตั้งใจที่จะทำเท่านั้น
พี่เถิน






